/0/7537/coverbig.jpg)
/0/7377/coverbig.jpg)
บทที่ 2 เพื่อนสนิทของน้องสาว
หญิงสาวอ้าปากหวอกับสิ่งที่ได้รู้จากปากของเขา ตอนนี้เธอไม่ได้คิดไปเอง “แก! แก!” หญิงสาวชี้หน้าปากสั่นระริก คิดหาคำพูดไม่ออก ไม่รู้เธอจะสรรหาคำไหนมาด่าให้เขาเจ็บช้ำดี น้ำตาที่พยายามกลั้นไม่ให้มันไหลรินพังทลายประจานความโง่เขลาเบาปัญญาของเธอกลับเอ่อท่วม และล้นออกมาอย่างไม่สามารถอดกลั้นเอาไว้ได้ เมื่อเห็นอาการเปลี่ยนไปของเธอ แทนที่เขาจะหยุดกลับเติมเชื้อไฟไปอีก “เอาเลย! คุณอยากแจ้งจับสามีตัวเองก็เชิญเลยสาวน้อย ผมจะได้บอกทุกคนว่าใครที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีคุณร่วมกับผมบ้าง” ชายหนุ่มบอกอย่างเป็นต่อ เมื่อเห็นอาการของคนตรงหน้า คนร่างเล็กเงียบไปทันทีพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นรินออกมา “คุณจะเอายังไง” รษาต่อรองเริ่มลดระดับเสียงแหลมให้นุ่มลง เธอจะให้พี่ชายของเธอจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด เธอต้องไม่ทำให้เขาเสียใจอีกเป็นครั้งที่สอง แค่เธอดื้อรั้นไม่ยอมฟังจนเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวงก็มากพอแล้ว “ถ้าคุณเงียบ ทุกอย่างก็เงียบสาวน้อย รับรองว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ทั้งนั้น” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบอย่างเป็นต่อ คิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเธอ ในเมื่อเขามาช่วยเธอได้ทันและไม่มีอะไรเสียหาย นอกจากร่างกายที่บอบช้ำภายนอกเท่านั้น แต่พอพยายามอธิบายเธอกลับไม่ยอมฟัง ก็ให้เข้าใจอย่างนี้แหละ หญิงสาวคิดสักพักก็พยักหน้า มันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่มี เธอจะไม่ให้ใครรู้ถึงความผิดพลาดหน้าอับอายนี้เด็ดขาด “ตกลง ฉันจะกลับละ” หญิงสาวขยับลงจากเตียง เธอตวัดหางตาไปมองชายหนุ่มเล็กน้อย “หวังว่าไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน เราคงไม่ได้เจอกันอีก สาปส่ง!” รษาบอกเสียงสะบัด น้ำตารื้นกับความสูญเสียที่เธอไม่สามารถเรียกร้องอะไรคืนมาได้เลย “ผมจะไปส่ง” ชายหนุ่มเน้นเสียงหนักบอกด้วยใบหน้านิ่งเฉย แต่ทว่าหญิงสาวก็ตอบกลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน “ไม่ต้อง!” รษาตอบกลับทันควัน จ้องหน้าอีกคนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ถึงแม้ในดวงตาจะเอ่อนองด้วยคราบน้ำตา แต่เขาก็เห็นแววรั้นไม่ยอมคนในดวงตาคู่สวยดวงนั้น “คุณยังมีอะไรต่อรองผมได้อีกหรือสาวน้อย” “อ้าย! อย่ามาเรียกฉันว่าสาวน้อย ฉันไม่ใช่สาวน้อยของใคร” หญิงสาวร้องลั่น “ถ้าอย่างนั้นเรียกว่าเมียจ๋าก็แล้วกัน หวังว่าคงไม่เถียงนะ หรือถ้าคิดจะเถียง ผมจะได้ยืนยันและตอกย้ำลงในสมองปลาทองของคุณเสียใหม่ เราคงเสียเวลาอีกสักชั่วโมงกว่าจะได้กลับบ้าน เอาไงดีล่ะ เริ่มกันเลยไหม จะได้ไม่เสียเวลาของคุณ” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มอย่างเป็นต่อ อยากแกล้งคนหัวรั้นไม่ยอมฟังอะไรสักอย่างขึ้นมาดื้อๆ อยากจะรู้ว่าเธอจะเก่งอย่างที่ปากว่าสักแค่ไหน “อะ! ไอ้ทุเรศ หนังหน้าอย่างแกคงจะไม่ได้เห็นหนังกำพร้าใต้ร่มผ้าฉันอีกหรอก ที่ผ่านมาฉันจะคิดว่าทำทานให้หมามันให้ได้กินของดีบ้าง จะได้เลิกเห่าเลิกหอนเสียที” หญิงสาวกระชับชุดคลุมเดินกระแทกส้นเท้าปึงๆ เข้าห้องน้ำไปอย่างไม่สบอารมณ์ ชายหนุ่มอมยิ้มมองตามหลังอย่างอารมณ์ดี “พยศดี น่าปราบ และผมจะปราบคุณให้อยู่หมัด” ชายหนุ่มบอกตามหลังประตูที่ปิดลง
แสงแดดยามบ่ายบนยอดดอยในฤดูหนาวสาดส่องลงมากระทบใบชาสีเขียวเข้มมันปลาบสะท้อนแสงระยิบระยับ ‘ไร่ปกรัก’ ตั้งอยู่บนดอยพญาไพรในอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยพื้นที่ครึ่งหนึ่งของดอยเป็นไร่ชาพันธุ์ดีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย ขณะที่อีกครึ่งเป็นแปลงปลูกดอกไม้เมืองหนาว ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งอวดสีสันงามตา และยอดดอยแห่งนี้มี ‘บ้านดุจเดือน’ ซึ่งเป็นบ้านไม้หลังใหญ่สร้างอยู่ตรงกลางดอย ทำให้สามารถมองทิวทัศน์โดยรอบไกลสุดลูกหูลูกตา ธาม ปกรัก หรือพ่อเลี้ยงธาม บุรุษหนุ่มรูปงามวัยสามสิบสามปี ใบหน้าคมเข้ม รูปร่างกำยำล่ำสันสูงใหญ่เกินมาตรฐานชายไทยกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผิวสีขาวเหลืองอย่างคนเมืองเหนือ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่จับจ้องมองใครก็ชวนให้ครั่นคร้ามได้ง่ายๆ หากวันนี้ถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดเรย์แบนสีชารับกับใบหน้าคมเข้ม ชายหนุ่มทอดสายตามองการก่อสร้างโรงงานผลิตหัวน้ำหอมนิ่ง หากมีใครได้เห็นแววตาของเขาตอนนี้ก็จะรู้ว่าความเครียดได้เกาะกุมไปหมดทุกอณู หลังจากได้รับข่าวจากแม่บ้านว่าน้องสาวไม่กลับบ้านทั้งคืน เขาก็รีบซื้อตั๋วเครื่องบินกลับจากกรุงเทพฯ ทันที ปล่อยเรื่องราวระหว่างตัวเองกับของคู่หมั้นสาวเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้เขาไม่มีเวลาแม้จะเสียใจ รษาเป็นน้องสาวคนเดียวที่รักดั่งดวงใจ มาถึงที่ไร่ชายหนุ่มก็ผุดลุกผุดนั่งเฝ้าต่อสายหาคนโน้นคนนี้อยู่ทั้งวัน แต่กลับไร้วี่แวว ไม่มีใครสามารถให้คำตอบเขาได้สักคน แม้แต่มินตราเพื่อนสนิทของน้องสาวก็ติดต่อไม่ได้
รายการตอน
ทั้งหมด 87 ตอน
/0/18113/coverbig.jpg)
/0/5251/coverbig.jpg)
/0/10683/coverbig.jpg)
/0/4956/coverbig.jpg)
/0/30955/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/34082/coverbig.jpg)