/0/36603/coverbig.jpg)
บทที่ 3 รูปโฉมอันน่าอัศจรรย์ตา
บทที่ 3 รูปโฉมอันน่าอัศจรรย์ตา ดวงวิญญาณที่ลางเลือนได้แต่เอียงศีรษะเล็กน้อย ฉายแววโง่งมในดวงตา “แก้...แค้น? คือสิ่งใด...อะไรคือแก้แค้น?” ท่าทางการแสดงออกที่โง่เขลาเยี่ยงเด็กน้อยไร้เดียงสานี้ ทำเอาเย่หลานถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ นางถึงกับต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาหนึ่งครา “ช่างเถิด...พัฒนาการทางสมองเจ้าเทียบเท่ากับเด็กอายุเพียงสามขวบ ถูกเหยียบย่ำรังแกเยี่ยงเดรัจฉานยังมิรู้จักตอบโต้ ไหนเลยจะเข้าใจคำว่าแก้แค้นได้” นางกล่าวเสียงเรียบและเปลี่ยนประเด็นทันที “ไม่เป็นไร เช่นนั้นที่เหลือต่อจากนี้ข้าจะจัดการแทนเจ้าเอง ส่วนเจ้าเพียงแค่อยู่เฉยๆก็พอ รอจนกว่าข้าผู้นี้จะทำความปรารถนาของเจ้าให้สำเร็จก็พอ ดวงวิญญาณของเจ้าจะได้ไปสู่สุขติ” เย่หลานคว้ากำดวงวิญญาณกลับเข้าไปไว้ในฝ่ามือ บรรจงบีบขยำเพียงไม่กี่ครั้ง มันก็แปรสภาพเปลี่ยนเป็นเม็ดไข่มุกสีขาวขุ่นงดงาม นางดึงเส้นด้ายออกมาจากชายเสื้ออาภรณ์ แล้วร้อยทำเป็นจี้แขวนห้อยไว้บนลำคอของตน สายตาคู่คมกริบของเย่หลานพลันเหลือบมองไปด้านหนึ่ง จ้องตรงไปทางร่างไร้วิญญาณของเย่เยวี่ยอวี่ บัดนี้เหนือร่างที่ว่าปรากฏเป็นเงาวิญญาณสีดำหม่นระคนแดงชาด ครู่หนึ่งจึงแปรสภาพเป็นรูปร่างคล้ายอสูรกายดุร้าย ส่งเสียงกรีดร้องและพุ่งถลาจู่โจมใส่นางทันที ทว่าเย่หลานกลับมิได้เหลือบแลต่อแต่อย่างใด นางเปล่งวาจาสั้นๆแต่เย็นจับขั้วหัวใจออกมาประโยคหนึ่ง “ดับสลาย!” ทันใดนั้น ดวงวิญญาณอาฆาตแค้นของเย่เยวี่ยอวี่ก็แตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี แล้วปลิดปลิวหายวับไปในพริบตา ครั้นจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เย่หลานจึงหันกายหมายจะโยนศพของเย่เยวี่ยอวี่ให้แก่ฝูงผีดิบทั้งหลายได้ฉีกกัดแบ่งกันกิน หากแต่เวลาเดียวกันนั้น นางก็พลันเหลือบไปมองซากศพเน่าเฟะร่างหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง นางรีบล้วงมือเข้าไปในร่างศพนั้น กระชากดึงเถาวัลย์ดำทมิฬเส้นหนึ่งที่กำลังดิ้นพลิ้วคล้ายพยาธิออกมา เย่หลานถึงกับร้องอุทานคำโตเมื่อค้นพบสิ่งนี้ “เหลือเชื่อโดยแท้ ดินแดนโลกีย์ของพวกมนุษย์ยังมีเถาวัลย์เมฆาภูตอยู่ด้วยรึ?” แท้จริงแล้วเถาวัลย์เส้นนั้นหาได้คิดจะหลบหนีไม่ มันรีบพันรัดนิ้วมือของเย่หลานไว้แนบแน่น เหมือนจะส่งสัญญาณว่าต้องการติดตามนางไปด้วยหลังจากนี้ เย่หลานฉีกยิ้มมุมปากพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “นับว่าเจ้ายังพอมีความฉลาดเฉลียวอยู่บ้าง” พินิจดูจากขนาดของเจ้าเถาวัลย์เมฆาภูตเส้นนี้ คาดว่าคงพำนักอาศัยอยู่ในสุสานร้างแห่งนี้มาเนิ่นนานแล้ว เพียงแต่พลังของมันกลับอ่อนแอยิ่งนัก เสมือนขอทานที่หากินเศษแป้งไม่อิ่มท้อง จึงเติบโตเพียงขนาดแต่ไร้ซึ่งกำลังวังชา เมื่อเห็นเย่หลานสามารถดึงพลังมารด้านลบจากในสุสานแห่งนี้ออกมาเพื่อควบคุมหมู่ศพได้ เถาวัลย์เมฆาภูตผู้ดำรงชีพด้วยการดูดซับกลิ่นอายแห่งความตายในการยังชีพ จึงรู้สึกตื่นเต้นเกินกว่าจะซ่อนตัวได้อีกต่อไป มันแทบจะพลีกายเข้ามาตีสนิทชิดเชื้อกับนาง ประหนึ่งว่าขอยอมสวามิภักดิ์ต่อเจ้านายคนใหม่ เย่หลานแค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่ง “ช่างพอดีนัก บัดนี้ข้าเองก็เพิ่งจุติใหม่ ยังขาดศาสตราอาวุธคู่มือ หากเจ้าเต็มใจ ข้าย่อมใช้เจ้าเป็นมือเท้าไปพลางก่อนได้” สิ้นวาจานั้น เถาวัลย์เมฆาภูตก็ไม่รอช้า เร่งแทงหนามเล็กจิ๋วลงไปบนปลายนิ้วของนางอย่างประณีตเบามือ รีดนำหนึ่งหยาดโลหิตให้หลั่งรินสัมผัสกับร่างของมันเท่านั้น ราวกับกลัวว่าเจ้านายคนใหม่จะรู้สึกเจ็บ เท่านี้ก็บังเกิดเป็นสัญญาณเชื่อมวิญญาณระหว่างเจ้านายกับทาสแล้ว และตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เถาวัลย์เมฆาภูตก็ได้กลายมาเป็นศาสตราวุธประจำกายของนางแล้ว เท่ากับว่าในตอนนี้ เย่หลานก็อาวุธสำหรับใช้ป้องกันตัวบ้างแล้วเช่นกัน แต่น่าเสียดายนัก พลังบ่มเพาะปราณยุทธ์ที่นางเคยฝึกปรือมาชั่วชีวิตก่อนหน้านี้ หาได้ติดตามนางมายังร่างใหม่นี้ด้วยไม่ หรือก็คือ...นางจำต้องเร่งบ่มเพาะพลังปราณยุทธ์ใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน! แต่ไม่เป็นไร... อย่างน้อยที่สุด ทั้งเคล็ดวิชาต่อสู้และบ่มเพาะพลัง ล้วนยังคงสถิตอยู่ในสมองของนางเพรียบพร้อมสมบูรณ์ดี ขอเพียงมีเวลาและโอกาสสักหน่อย เย่หลานย่อมสามารถหวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่เป็นคำรบสองได้แน่! ทว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้น มีเงื่อนไขสำคัญอยู่ประการหนึ่ง – ห้ามมิให้พวกตาเฒ่าน่าตายบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ล่วงรู้โดยเด็ดขาดว่านางยังไม่ตาย! หากพวกมันรู้เข้า มีหวังได้ยกทัพศึกบุกลงมายังแดนโลกีย์อย่างพิภพมนุษย์แห่งนี้เป็นแน่! หากถูกกวาดล้างครานี้ มีหวังนางได้สิ้นซากอย่างแท้จริง! เย่หลานตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะได้บทสรุปในใจว่า ‘หากคิดจะซื้อเวลาเพื่อเร่งฝึกปรือบ่มเพาะพลังปราณยุทธ์ จำต้องเสาะหาที่พักพิงสักแห่งหน... จวนตระกูลเย่...เห็นจะเหมาะสมที่สุดแล้ว’ ด้วยเหตุนี้เอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครานี้ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะเย่เยวี่ยอวี่แอบลักพาตัวเจ้าของร่างเดิมออกมา และในเมื่อเย่เยวี่ยอวี่กับผู้ติดตามของนางล้วนตายสิ้นแล้ว ย่อมเท่ากับว่าจะไม่มีผู้ใดเอะใจสงสัยถึงตัวตนของนางในปัจจุบัน เย่หลานคนนี้ยังคงเป็นยัยปัญญาอ่อนในสายตาของทุกคน หากเป็นเช่นนั้น นางก็ยังจะสามารถใช้ภาพจำอันแสนโง่งมนี้เป็นเกราะกำบังตนเองได้ เร้นซ่อนตัวจริงเอาไว้ภายใต้เงามืด พลางสืบหาเรื่องตราหยกที่ดวงวิญญาณน้อยเอ่ยถึง พร้อมกับตามหาเบาะแสท่านแม่ที่หายสาบสูญไป หนึ่งกระบวนออกท่า...นำมาซึ่งสามผลลัพธ์อันน่าพอใจ เย่หลานตัดสินใจอย่างแน่วแน่– กลับสู่จวนตระกูลเย่ก่อนเป็นดีที่สุด! ครั้นเงาร่างของเย่หลานอันตรธานหายลับไปในดงไผ่แล้ว บรรดาซากศพผีดิบเดินได้ในสุสานรกร้างล้วนกลับคืนสู่สภาพเดิม ต่อให้ผู้ใดสัญจรผ่านไปมา ณ ที่แห่งนี้ ย่อมมิอาจตรวจพบสิ่งผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยได้ เย่หลานกับเจ้าเถาวัลย์เมฆาภูตที่เกาะเกี่ยวพันรอบแขน ต่างพากันตรงดิ่งเข้าสู่เบื้องลึกในป่าดงไผ่เวิ้งว้าง เดิมที นางได้อาศัยใช้ความทรงจำเจ้าของร่างเดิมเพื่อกลับสู่จวนตระกูลเย่ แต่กลับคาดไม่ถึงจริงๆ... ไม่ว่าจะพยายามค้นหาเท่าใด ภายในห้วงความทรงจำที่ว่ากลับไม่มีแม้แต่เส้นทางกลับบ้าน! ก็นางเป็นคนปัญญาอ่อนนี่นะ... นางเดินวนเวียนอยู่ในป่าดงไผ่หลายต่อหลายรอบ จนกระทั่งดวงตะวันลับฟ้าสู่ห้วงราตรี ก็ยังไม่สามารถเสาะหาหนทางออกไปได้... ใบหน้าของเย่หลานเริ่มคล้ำดำมืด ริมฝีปากเริ่มกระตุกเล็กน้อย “ช่างน่าตายนัก... อุปสรรคแรกหลังจากการเกิดใหม่ของข้า แท้จริงแล้วหาใช่การบ่มเพาะพลังปราณยุทธ์ หรือแม้แต่กลัวว่าความลับจะรั่วไหล ทว่าดันเป็น...การหลงป่า!” ครุ่นคิดไปพลางถอนหายใจถี่รัวไปด้วย มิใช่เพียงแค่จะกลับสู่จวนตระกูลเย่ยังทำไม่ได้ ลำพังจะเดินออกจากป่าดงไผ่ก็ยังยาก! เมื่อหันไปถามเจ้าเถาวัลย์เมฆาภูต มันก็เอาแต่ส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก แม้จะอยู่ที่นี่มาเนิ่นนาน แต่เจ้านี่กลับไม่เคยออกไปไหนไกลพ้นเขตสุสานเลย เหตุเพราะกลัวจะถูกสัตว์อสูรรุมทำร้าย เจ้าเถาวัลย์นี้ช่างขี้ขลาดโดยแท้! ระหว่างกำลังครุ่นคิดเพื่อเสาะหาหนทางออกจากป่าอยู่นั้น จู่ๆสีหน้าแววตาของเย่หลานก็พลันเปลี่ยนผันทันใด จากที่เคยสงบกลับเริ่มตึงเครียด และเริ่มกวาดตาสำรวจมองไปรอบทิศ แฝงทีท่าหวาดระแวงเกินแปดส่วน นี่มัน...หมอกอันใด? มิรู้ตั้งแต่เมื่อใดที่รอบด้านสิบทิศได้ปรากฏม่านหมอกสีขาวขุ่นขึ้น และค่อยๆขยับขยายฐานแผ่ซ่านเข้ามาใกล้ร่างของนางทีละน้อย เจ้าเถาวัลย์เมฆาภูตรีบยื่นหนวดยาวสีดำออกไปลองสัมผัสกับชั้นหมอกนั้นโดยเร็ว ก่อนจะส่งสัญญาณกลับมาหานางว่าไร้พิษเจือปน แต่แม้จะไร้พิษแอบแฝง เย่หลานก็ยังมิกล้าวางใจ เบื้องหน้าม่านหมอกขาวทึบชั้นหนาตีประกบรุดใกล้เข้ามาทุกที นางค่อยๆสาวเท้าล่าถอยเตรียมจะหลีกหนีโดยเร็ว... แต่ทันใดนั้น ม่านหมอกนี้กลับเสมือนมีชีวิต มันรีบโถมปะทะเข้าปกคลุมทั่วทั้งร่างของนางในชั่วพริบตา! ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจ ร่างของเย่หลานก็ได้หายวับไปจากจุดเดิมที่เคยยืนอยู่! ..... “ซู่วว...” เสียงน้ำตกไหลรินดังอยู่ข้างหู เมื่อเย่หลานเริ่มรู้สึกตัวฟื้นคืนสติขึ้นมาทีละเล็กละน้อย เปลือกตาคู่โศกจึงค่อยๆเปิดลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า ต่อให้ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วก็จริง ทว่าวิสัยทัศน์การมองเห็นเบื้องหน้ากลับยังคงพร่ามัวไปหมด ยามนี้เย่หลานเพิ่งจะตระหนักได้ว่า หาใช่ดวงตาของตนที่เลือนรางมองไม่ชัด แต่ทั้งหมดเป็นเพราะตัวนางยังจมอยู่ในม่านหมอกสีขาวทึบ และม่านหมอกแห่งนี้ก็เปรียบเสมือนประตู...ที่ย้ายนางมาอีกสถานที่หนึ่งเสียแล้ว นางสัมผัสได้ชัดแจ้ง ม่านหมอกขาวทึบในครานี้ทั้งชื้นและร้อนกว่าก่อนหน้าหลายเท่า มวลอากาศเจือผสมกลิ่นกำมะถันอ่อนๆแทรกผสม ผนวกกับเสียงน้ำตกที่อยู่ไม่ไกลนัก ยิ่งชัดเจนแล้วว่า ที่นี่คงจะเป็นบ่อน้ำพุร้อนสักแห่งหนึ่งแน่ เย่หลานยังคงรักษาความสงบนิ่งครบส่วน ไม่แยแสต่อความแปลกพิสดารเหล่านี้ และเลือกที่จะก้าวเท้าเดินตรงสู่เบื้องหน้าต่อไป ไม่ถึงสิบก้าวด้วยซ้ำนางจึงได้หยุดลง สายตาจ้องจับไปทางบ่อน้ำพุร้อนที่เริ่มเผยโฉมต่อหน้า ซึ่งภายในบ่อดังกล่าว...ปรากฏเงาร่างสูงใหญ่พร่าเลือนของบุรุษผู้หนึ่งกำลังแช่ตัวอยู่ท่ามกลางไอหมอกร้อน “สหายเต๋าท่านนี้มีธุระอันใดกับเราผู้น้อย?” เย่หลานเปล่งวาจาเอ่ยถามด้วยความนอบน้อม เสมือนเป็นการโยนหินถามทางไปสักคำ “คงจะเชื้อเชิญเราผู้น้อยให้มาเป็นแขกแช่อาบน้ำพุร้อนด้วยกันกระมัง?” ร่างสูงใหญ่ในบ่อมิได้ไหวติงใดๆ หากแต่ส่งเสียงทุ้มลึกดั่งขลุ่ยเหล็กกล้าเปล่งบรรเลงก้องเข้าเต็มสองใบหู “หาใช่เชื้อเชิญให้มาเป็นแขก แต่วานให้เจ้าเดินทางมาช่วยเหลือข้า” เย่หลานมิรั้งรอปล่อยให้อีกฝ่ายได้พล่ามต่อ รีบเอ่ยปฎิเสธตัดบทโดยเร็ว “ตัวเราผู้น้อยเป็นเพียงสตรีอ่อนแอไร้ค่านางหนึ่ง ไฉนจะมีปัญญาช่วยเหลือท่านได้? สหายเต๋าท่านนี้ รบกวนปล่อยเราผู้น้อยไปเสียดีกว่า รั้งอยู่ต่อไปก็จะสร้างความรำคาญใจให้แก่ท่านเสียเปล่าๆ” หากแต่อีกฝ่ายกลับทำเสมือนมิได้ยินถ้อยปฏิเสธใดๆทั้งสิ้น เพิกเฉยต่อวาจาของนาง และเอ่ยตอบเพียงหนึ่งคำสั้นๆ “เข้ามานี่” เย่หลานหรี่ตาคมกริบสะท้อนแสงเย็นเยียบ แน่นอน...นางไม่มีวันก้าวเข้าไปหาอยู่แล้ว! แต่น่าเสียดายที่บุรุษผู้นั้นเห็นทีจะมิยอมลดราวาศอกให้กับนางโดยง่าย จากใจกลางบ่อน้ำพุร้อนตรงนั้น เรียวมือขาวเนียนพลันยกขึ้นอย่างกะทันหัน เขาเพียงกระดิกปลายนิ้วเบาๆพร้อมเปล่งวาจาอีกครา “เข้ามา” ทันใดนั้นเอง เย่หลานก็รู้สึกราวกับถูกพลังเหนือธรรมชาติอันทรงอำนาจเกรี้ยวกราด พันธนาการรัดตนไว้ทั่วร่าง พร้อมกับแรงฉุดกระชากดุจถูกหลุมดำดูด ร่างของนางเข้าไปยืนประจันหน้ากับฝ่ายบุรุษอย่างมิทันได้ตั้งตัว! หนึ่งอึดใจนั้นเอง นางจึงมีโอกาสได้แลเห็นโฉมหน้าของอีกฝ่ายชัดถนัดตา ภายใต้แสงจันทราสีเงินที่ให้บรรยากาศเย็นนุ่มนวล โครงหน้าสันกรามตัดคมชัดเข้ารูป ช่างสวยงามไร้ที่ติประดุจผลงานแกะสลักชิ้นเอกผ่านคมมีดที่แสนวิจิตล้ำ หว่างคิ้วแฝงเร้นพลังอำนาจที่สูงศักดิ์เหนือโลกีย์ ริมฝีปากบางยกยิ้มเป็นทรงโค้งเล็กน้อย อวดอ้างรัศมีหยิ่งผยองซ่อนงำเสน่ห์แสนมืดดำผ่านมัดกล้ามเนื้อแกร่งกำยำทั่วร่าง เพียงได้ปรายตามองพินิจสักครา ย่อมทำเอาใครต่อใครต้องใจสั่น เสมือนถูกดูดกลืนวิญญาณสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงทั้งเป็น หากเป็นอิสตรีทั่วไปคงประหม่าขวัญเสียจนทำอะไรไม่ถูก แต่หาใช่กับเย่หลาน... นางกลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นางกลับกลอกลูกนัยน์ตาเพ่งพินิจมองเรือนร่างกำยำแน่นของบุรุษตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ มวยผมยาวถูกรวบรัดด้วยสายคาดสีเงินวาววับ ที่สื่อแสดงถึงสถานะศักดิ์อันสูงศักดิ์ ทอดสายตาเคลื่อนลงอีกเล็กน้อยก็ตกลงสู่ช่วงไหลกว้างกับกระดูกไหปลาร้ายเด่นชัด ที่บัดนี้ชุ่มชโลมไปด้วยหยาดหยดน้ำ ไต่ไล่ลงมาจนถึงกล้ามท้องที่ทั้งแน่นทั้งเต่งตึง เพียงแค่มองก็ทำเอานางรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมายิบๆ หมายปองต้องการจะลูบไล้สัมผัสเสียเหลือเกิน... ยิ่งทอดสายตาต่ำลงไปเรื่อยๆ... นางถึงกับต้องเช็ดน้ำลาย อดที่จะพึมพำอยู่ภายในใจไม่ได้จริงๆ ‘บุรุษรูปงามแห่งใต้หล้าอย่างแท้จริง!’ ทว่าเมื่อสายตาของนางเหลือบไปเห็นกลุ่มก้อนหมอกควันสีดำประหลาด ที่ลอยคลุ้งจางๆอยู่รอบกายของเขาเข้า สีหน้าของเย่หลานก็พลันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอีกครา พร้อมกับคู่คิ้วที่ถักขมวดเข้าหากันแน่น... พ่อรูปโฉมวิจิตรล้ำเลิศผู้นี้ ดูท่าจะ...ถูกเพลิงพิษร้อยปีศาจเข้าสิงสู่เล่นงานอยู่กระมัง?
รายการตอน
ทั้งหมด 30 ตอน
/0/29565/coverbig.jpg)
/0/13418/coverbig.jpg)
/0/6288/coverbig.jpg)
/0/3319/coverbig.jpg)
/0/20697/coverbig.jpg)
/0/3285/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/34082/coverbig.jpg)