ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 3 ชนวนแค้นชนวนรัก 100%

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายที่เพอร์เฟคทุกอย่างอย่างไอรอนจะถูกผู้หญิงหักอกครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งถึงรายล่าสุดที่ทำให้เพื่อนรักของเขาถึงกับเข็ดขยาดมารยาหญิงไปอีกนาน

แต่เจมส์ก็พอจะรู้สาเหตุว่าทำไมเพื่อนรักของเขาคนนี้ถึงไม่สมหวังเสียที ก็เพราะว่าไอรอนมัวแต่ทำตัวจนๆ เป็นแค่พนักงานรีเซฟชั่นธรรมดาๆ ขับรถกลางเก่ากลางใหม่ เช่าอพาร์ตเม้นท์ห้องเล็กๆ อยู่เพื่อต้องการค้นหารักแท้ แต่ก็คว้าน้ำเหลว

ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเพื่อนเขาก็เพราะหลงรูปกายภายนอกของไอรอนทั้งนั้น แต่พอพวกหล่อนเจอคนที่อาจจะหล่อน้อยกว่าแต่รวยมากกว่าพวกผู้หญิงทุกคนก็ทิ้งเขาไปเหมือนพีรดาที่เขาเองก็เกือบจะเชื่อแล้วว่านางแบบสาวรักไอรอนด้วยใจจริงๆ แต่ก็นึกไม่ถึงเหมือนกันที่อยู่ๆ พีรดาก็ประกาศหมั้นและแต่งงานไปกับมหาเศรษฐีหนุ่มชาวอิตาเลี่ยนแบบสายฟ้าแลบ

ในขณะที่ตอนนั้นเขารู้ว่าไอรอนบอกเขาว่ากำลังจะไปขอนางแบบสาวแต่งงานพอดี มันคงทำให้ไอรอนพบกับความเจ็บปวดไม่น้อย แต่ตอนนี้เพื่อนรักผู้โง่เขลาของเขาคนนี้คงจะเห็นสัจธรรมบ้างแล้วกระมัง จึงได้คิดอยากปฏิวัติตัวเองเสียใหม่เป็นไอรอนคนใหม่ที่หลุดออกมาจากโลกของโลกละครเดิมๆ เสียที

“แล้วเดือนหน้านายจะไปเวนิสหรือเปล่า” เจมส์ไม่ตอบแต่ถามไปเรื่องอื่นแทน เพราะในใจก็อยากให้ไอรอนไปเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศกับพวกสาวๆ บ้าง เพราะนานเป็นปีๆ แล้วที่ไอรอนเอาแต่ทำงานเพื่อจะได้ไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่านในเรื่องส่วนตัวที่เขาพยายามจะลืมมัน เผื่อว่าการไปเที่ยวเวนิสเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic) ครั้งนี้อาจจะทำให้ไอรอนได้พบรักครั้งใหม่ก็ได้

ซีอีโอหนุ่มทำท่าคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบว่า

“งานคาร์นิวัล เริ่มเดือนหน้า อีกตั้งสองอาทิตย์กว่าจะถึง ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจ”

“ที่ถามก็ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดว่าถ้านายไม่ไป ฉันจะได้ไปเที่ยวบ้าง อยากไปเต้นรำกับเจ้าหญิงแสนสวยในงานเต้นรำสุดหรู หลังจากนั้นก็พาหล่อนไปสนุกต่อสักสองสามคืนแล้วค่อยกลับมาทำงาน” นักล่ารักที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าในแต่ละเดือนพูดไปยิ้มไปด้วยนัยน์ตาพราวระยับ ไอรอนแค่เหยียดยิ้มเล็กน้อยอย่างรู้ทัน

“เริ่มเบื่อสาวไทยแล้วสิ”

“เปล่า แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเท่านั้นเอง”

“เอาไว้ใกล้ๆ วันแล้วฉันจะบอกข่าวดีให้นายฟังก็แล้วกันนะ”

“โอเค ว่าแต่หิวหรือยังล่ะ จะได้ออกไปหาอะไรกินกัน อ้อ...ฉันเกือบลืมไป ฉันมีอะไรจะให้นายดู” เจมส์เดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบกระดาษ A4 มาแผ่นหนึ่งยื่นให้ไอรอนดู ซีอีโอหนุ่มขมวดคิ้วเข้มเล็กน้อยก่อนจะรับกระดาษสีขาวมาดู มันก็แค่รายชื่อของพนักงานดีเด่นประจำปีธรรมดา ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลย

“แล้วนายเอารายชื่อพนักงานสิบคนนี้มาให้ฉันดูทำไมเนี่ย”

“นายลองอ่านชื่อนามสกุลของพนักงานรายที่สามดูสิ”

ไอรอนทำตามที่เพื่อนรักบอก ก่อนจะดูรายชื่อพนักงานดีเด่นคนที่สาม ‘นางสาวอัญชัน รัตนาวลี’ นามสกุลของเธอคุ้นๆ แฮะ ใช่แล้ว...นามสกุลของพนักงานสาวคนนี้เหมือนนามสกุลของใครบางคนที่เขารู้จักเป็นอย่างดี

ทั้งสองสาวเกี่ยวข้องอะไรกันนะ ทำไมถึงมีนามสกุลเหมือนกันแบบนี้ และชายหนุ่มก็จำได้ว่าอัญชันคือแคชเชียร์สาวที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดเขามาโดยตลอดเวลาสามปี แต่ว่าเขากับเธอไม่ค่อยได้สนทนากันมากนัก นานๆ ทีถึงจะพูดคุยกันแต่ก็แค่บอกกล่าวกันในหน้าที่ไม่กี่คำเท่านั้น คงเป็นเพราะสาวน้อยหน้าจืดคนนี้ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาด้วยกระมัง เขาเลยไม่ได้สนใจเธอ แต่ตอนนี้เขาชักจะสนใจแม่สาวน้อยคนนี้ขึ้นมาบ้างแล้วสิ

“ว่าอย่างไร สนใจขึ้นมาแล้วสิไอ้เสือ ให้ฉันสืบให้เอาไหม” เจมส์ที่ดูจะรู้ใจเพื่อนรักเป็นอย่างดีรีบขันอาสา ไอรอนทำท่าคิดนิดหนึ่งก่อนพยักหน้ารับ แล้วส่งกระดาษรายชื่อพนักงานดีเด่นกลับคืน ดวงตาสีบรั่นดีเปล่งประกายอำมหิตออกมาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับเจมส์ที่เป็นทั้งเพื่อนผู้รู้ใจและลูกจ้างด้วยน้ำเสียงเข้มจริงจัง

“ฉันขอข้อมูลของเธอด่วนที่สุด ช้าสุดไม่เกินหกโมงเย็นของวันพรุ่งนี้”

“ได้สิเพื่อน ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจะให้ศรัณย์ไปจัดการให้”

“ขอบใจ”

เช้าวันต่อมาในแผนกต้อนรับ ทุกคนที่มาทำงานต่างก็อึ้ง ตะลึงไปกับรูปโฉมใหม่ของอัญชัน เพราะวันนี้แคชเชียร์สาวได้ถอดรูปนางแก้วหน้าม้าออกเรียบร้อยแล้ว พวงผกาแอบยิ้มในผลงานที่ตนเองมีส่วนช่วยทำให้สาวน้อยหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่งกลายเป็นนางซินเดอเรลล่าแสนสวยในวันนี้ ผู้ชายแทบจะทุกคนที่เห็นอัญชันต่างก็ลอบกลืนน้ำลายกันเป็นทิวแถวยกเว้นไอรอน เพราะวันนี้ชายหนุ่มไม่ได้มาทำงาน

วันนี้ตลอดเวลาที่นั่งทำงาน อัญชันภาวนาในใจตลอดเวลาขอให้ตนเองจับฉลากได้รางวัลที่สาม เพราะความที่อยากจะไปเที่ยวเวนิส ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโตประเทศอิตาลีที่ได้รับหลายฉายาว่าเป็นราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic) , เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water) , เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges) , และเมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light)

ที่สำคัญมันเป็นเมืองที่โรแมนติกมากในความคิดของแคชเชียร์สาว และหญิงสาวก็เชื่อว่าพวงผกาเพื่อนรักของเธอ และสาวๆ อีกหลายคนก็คงใฝ่ฝันอยากจะไปเที่ยวเมืองนี้กับคนรักของตนเองทั้งนั้น เพื่อที่จะได้ล่องเรือกอนโดลาไปจุมพิตกันใต้สะพานริอัลโต้เพื่อให้ความรักของพวกเขายั่งยืนยาวนานเหมือนดั่งตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา

แต่สาวโสดอย่างเธอจะมีโอกาสได้จุมพิตกับเจ้าชายในดวงใจบ้างหรือเปล่า ก็ได้แต่หวังว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้จะโชคดีจับฉลากได้รางวัลที่ตนเองคาดหวังเอาไว้ แม้เปอร์เซ็นต์จะมีน้อยแต่อัญชันก็ยังหวัง

‘สาธุ ขอให้ลูกช้างได้รางวัลที่สามทีเถอะ โอมเพี้ยง’

พวงผกาที่มายืนอยู่ที่หน้าโต๊ะแคชเชียร์สาวที่กำลังยกมือไหว้ปรกๆ เหนือศีรษะก็หัวเราะก๊ากออกมา เมื่อเห็นท่าทางเพื่อนรักเหมือนกำลังพึมพำบทสวดอะไรสักอย่างอยู่ คนที่กำลังยกมือไหว้อธิษฐานภาวนาขอพรจึงหลุดออกจากภวังค์แล้วจ้องหน้าคนที่กำลังหัวเราะเสียงดังด้วยนัยน์ตาขุ่นเล็กน้อย

“เล่นของหรือแก” พวงผกาถามหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี

“ย่ะ แล้วแกก็ไม่ต้องมายืนหัวเราะฉันด้วย ฉันไม่ใช่ตัวตลกนะยะ” อัญชันแกล้งค้อนตาคว่ำทำเป็นงอนนิดๆ ทำให้สาวโอเปอเรเตอร์ที่เส้นตื้นอารมณ์ขันอย่างพวงผกายิ่งหัวเราะขำขันเข้าไปใหญ่ จนอัญชันต้องปรามด้วยแววตาพวงผกาจึงได้หยุดหัวเราะแต่ก็ยังอมยิ้มแก้มตุ่ยไม่เลิก

“ได้เวลาจับฉลากแล้ว เรารีบไปห้องมิตติ้งกันเถอะ” คนเส้นตื้นรีบชวนเพื่อนรักด้วยนัยน์ตาวับวาว เช่นเดียวกับคนที่ถูกชวนก็ออกอาการตื่นเต้นดวงตาเปล่งประกายระยับไม่แพ้กัน ทั้งสองสาวจึงจับมือกันเดินออกไปจากออฟฟิศตรงไปยังห้องประชุมเล็กที่ได้นัดหมายกันเอาไว้

ในที่สุดนาทีที่พนักงานดีเด่นประจำปีทั้งสิบคนรอคอยก็มาถึง อัญชันกับพวงผการีบเปิดซองสีขาวไปพร้อมๆ กับพนักงานอีกแปดคนที่พากันลุ้นรางวัลที่ตนเองจับฉลากได้ แล้วแต่ละคนก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันลั่นห้องด้วยความดีอกดีใจ

อัญชันกับพวงผกามองหน้ากันแล้วก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจสุดๆ ไม่แพ้กัน

“อัญ ฉันได้ไปเวนิสจริงๆ ด้วย”

“อิ๋ว ฉันก็ได้ไปเวนิสด้วยเหมือนกัน”

“กรี๊ด! / กรี๊ด!” แล้วทั้งสองสาวก็กระโดดกอดคอกันส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นดีใจ โดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มแสนเสน่ห์ปนเจ้าเล่ห์ของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังมองมาทางพวกเธอด้วยประกายตาพึงพอใจ ก่อนที่เจ้าของร่างสูงในชุดสูทสีเข้มจะยกโทรศัพท์สีบรอนซ์มันวับราคาแพงแนบหูแล้วกรอกเสียงทุ้มน่าฟังลงไป

“ผู้หญิงที่นายให้ฉันสืบให้ เธอได้รางวัลที่สาม และดูท่าทางเธอจะดีใจมากเลยนะที่จะได้ไปเที่ยวเวนิส” ทางปลายสายยังคงเงียบ เจมส์จึงพูดต่อ

“ฉันคิดว่านายคงได้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าอยากจะไปเที่ยวงานคาร์นิวัลเดือนหน้าหรือเปล่า” ทางปลายสายเพียงแค่พูดขอบใจแล้วก็วางสายไป แต่ดวงตาสีกาแฟเข้มของเจมส์ยังคงจดจ้องไปยังใบหน้าเรียวรูปไข่ของแคชเชียร์สาวนามว่าอัญชันด้วยแววตาพินิจพิจารณาแกมชื่นชม

ไหนไอรอนบอกว่าเธอหัวฟู ใส่แว่นหนาเตอะ หน้าตาจืดๆ ชืดๆ อย่างไรล่ะ ทำไมเขาถึงมองไม่เห็นผู้หญิงที่ชื่ออัญชันเป็นอย่างที่เพื่อนรักของเขาบรรยายมาเลยสักนิดเดียว หรือว่าจะเป็นคนละคนกัน แต่ก็ไม่น่าจะใช่นะ ในเมื่อชื่อและนามสกุลของเธอตอนที่มารายงานตัวก่อนจะจับฉลากคือ นางสาวอัญชัน รัตนาวลี มันเป็นชื่อและนามสกุลเดียวกับรายชื่อที่อ่านผ่านตาเมื่อวานนี้ หรือว่าเธอไปทำอะไรกับรูปร่างหน้าตาของตนเองมาจงได้ดูสวยงามน่ารักน่ากินมากขนาดนี้

‘ไอรอน ทำไมนายถึงได้มองข้ามผู้หญิงสวยๆ แบบนี้ไปได้วะ ทำงานอยู่แผนกเดียวกันมาตั้งนาน กลับไม่เห็นเธออยู่ในสายตา ถ้าเป็นเขาล่ะก็...’

ผู้ช่วยซีอีโอหนุ่มคิดไปตามประสาหนุ่มโสดจอมเจ้าชู้ นั่นเพราะอัญชันที่เขาเห็นในวันนี้ คือนางแก้วหน้าม้าที่ถอดรูปเรียบร้อยแล้ว

เพราะเมื่อวานพวงผกาได้จัดการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเพื่อนรักเสียใหม่จากสาวแว่นผมฟูใบหน้าจืดชืดไร้สีสัน แต่งตัวเป็นคุณป้า มาเป็นสาวสวยใส่คอนแทคเลนส์ยืดผมตรงสลวยแต่งหน้าบางๆ และวันนี้อัญชันก็มาอยู่ในชุดที่เน้นทรวดทรงองค์เอวสีหวานดูราวกับนางหงส์แสนสวยที่ผู้ชายคนไหนเห็นก็ต้องมองหญิงสาวจนเหลียวหลัง

ไม่เว้นแม้แต่เจมส์ที่มองอัญชันด้วยความประกายตาชื่นชม เขาอยากให้ไอรอนได้มาเห็นพนักงานสาวของเขาคนนี้ในตอนนี้จัง เพื่อนรักของเขายังจะคิดว่าสาวน้อยคนนี้หน้าตาจืดชืดอีกไหม ดวงตาสีกาแฟเข้มทอประกายระยับเมื่อนึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมา ชักอยากจะให้ถึงงานเต้นรำในคืนนี้ไวๆ เสียแล้วสิ คงจะมีอะไรสนุกๆ ให้ดูแน่

ตอนนี้มีเนื้อหาให้อ่านเพียงเท่านี้

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 77 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1 ชนวนแค้นชนวนรัก 30%
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2 ชนวนแค้นชนวนรัก 65%
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3 ชนวนแค้นชนวนรัก 100%

ผลงานใหม่