ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 2 อย่าคิดมาก

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ” เธอพยายามกัดฟันทำใจเย็น ถ้าไม่คิดว่าป้าอำภาคือพี่สาวของแม่ที่ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เธอคงว๊ากกลับไปบ้างแล้วล่ะ “ข้าวซอยมาอยู่ที่บ้านตาแล้วค่ะ” “เหรอ มันไปตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ แกมารับมันเหรอ” “เปล่าค่ะ” หญิงสาวอึ้ง แม่แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ? “ข้าวซอยหนีออกจากบ้านขึ้นรถไฟจากลำปางมาหัวลำโพงคะ ตาเพิ่งไปรับมาจากสถานีรถไฟ ตอนนี้อยู่บ้านกับยายปลอดภัยดีค่ะ” “ก็ดีแล้ว ฝากดูมันหน่อยละกัน แค่นี้ก่อนนะ ฉันยุ่ง” ยังไม่ทันที่โยษิตาจะพูดอะไรต่อ โทรศัพท์ก็โดนตัดสัญญาณไปแล้ว หญิงสาวถือหูโทรศัพท์ค้าง หงุดหงิดหัวเสียแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และเป็นดังที่คุณยายคาดคิดไว้ว่าจะได้ยินน้ำเสียงเย็นชาจากปลายทาง จนอดนึกน้อยใจแทนไม่ได้ คุณ ‘อำภา’ แม่ของน้องข้าวซอยเป็นพี่สาวของคุณ ‘อำพร’ ซึ่งเป็นแม่ของโยษิตา เดิมนั้นบ้านหลังน้อยนี้อบอุ่นไปด้วยคุณพ่อไพศาล-คุณแม่อำพร ลูกสาวคนเดียวคือโยษิตาและคุณยายละเอียด ส่วนคุณตาสง่าได้จากไปตั้งแต่โยษิตายังเล็ก เมื่อสี่ปีที่แล้วรถยนต์คันหนึ่งที่แล่นแซงโค้งด้วยความเร็วจัด และความคึกคะนองของคนขับที่เมาสุรา พรากลมหายใจของพ่อและแม่ของหญิงสาวไปอย่างไม่มีวันกลับ บ้านที่เคยอบอวลด้วยเสียงหัวเราะสดใส จึงหม่นไปในทันทีนานนับปีกว่าสภาพจิตใจของลูกสาวคนเดียวจะดีขึ้น กำลังใจที่ดีที่สุดในขณะนั้นก็คือมือเหี่ยวย่นที่ค่อยพยายามทำขนมไทยอร่อยๆ ให้เธอได้กินทุกๆ วัน ใช่! เธอไม่ได้อยู่เพียงคนเดียว เธอยังมีคุณยายที่รักและจะอยู่กับเธอตราบจนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะหมดลมหายใจสุดท้ายก่อนกัน โชคดีที่พ่อทิ้งสมบัติให้เป็นบ้านหลังนี้และเงินประกันชีวิตของแม่ที่ทำให้เธอไม่ถึงขั้นลำบากมากมายนักและสามารถพยุงตัวเองจนเรียนมหาวิทยาลัยจนจบได้โดยไม่ต้องลาออกเสียก่อน แต่ระหว่างที่เรียนอยู่ โยษิตาก็ทำงานพิเศษสารพัดเท่าที่เวลาว่างหลังจากการเรียนจะเอื้ออำนวย เพราะอย่างน้อยที่สุดการทำงานทำให้เธอคลายความเศร้าในจิตใจลงได้บ้าง แต่ในทางตรงข้าม มันกลับทำให้โยษิตาเข้มแข็งจนดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ก็ใช่นะสิ! คนอื่นๆ เขาไม่ต้องปวดหัวกับค่าใช้จ่ายในบ้านนี่นะ! ถึงไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านแต่รายจ่ายอย่างอื่นก็มี! ทั้งค่าน้ำ,ค่าไฟ,ค่าโทรศัพท์แล้วค่ายาของยายละเอียดกับค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ อีก อาหารการกินในบ้านไม่ใช่แค่เฉพาะของสองยายหลานเท่านั้น ยังมีหมาๆ แมวๆ จรจัดที่ยายละเอียดชอบเอาอาหารไปให้ตามมุมถนน แถมตอนนี้มีมาเพิ่มอีกหนึ่งชีวิตค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆ หญิงสาวแอบถอนหายใจหนักๆ ขณะนั่งกดเครื่องคิดเลขในสมองคำนวณรายรับ-รายจ่ายของที่บ้าน โดยไม่ได้สนใจว่ายายละเอียดกับข้าวซอยกำลังทำอะไรอยู่ในห้องนั่งเล่น โยษิตาเปิดหนังสือพิมพ์สมัครงานพลิกที่ละหน้าอย่างละเอียด มีรอยดินสอวงล้อมกรอบข่าวประกาศที่น่าสนใจ ความฝันที่จะเป็นครูประถมดูจะเลือนลางเหลือเกิน ตอนนี้ไม่มีที่ไหนรับครูภาษาไทยเพิ่มทั้งของภาครัฐและเอกชน ถึงแม้ว่าเพิ่งจะเรียนจบได้แค่ไม่กี่เดือน เธอต้องเร่งหางานประจำทำให้ได้ก่อน ไม่มีเวลาเที่ยวเล่นสนุกเหมือนเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน ตอนนี้ที่พอจะทำแก้ขัดไปก่อนคืองาน ‘วิจัยตลาด’ เรียกเสียสวยหรู แต่ถ้าจะให้รู้จักแบบที่เข้าใจทั่วไปก็คือ ‘กรอกแบบสอบถาม’ ซึ่งจะต้องค่อยไปถามลูกค้าซึ่งเป็นคนทั่วไปตามสถานที่ต่างๆ ตามที่บริษัทฯกำหนด ถามข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์หรือพฤติกรรมผู้บริโภค มันเป็นงานพิเศษที่เธอทำตั้งแต่เรียนปีสี่เทอมสุดท้าย จนมาถึงตอนนี้ก็สี่-ห้าเดือนเข้าไปแล้ว ถึงจะเป็นพิเศษแต่ก็เงินดีไม่น้อยหมายถึงว่าเธอต้อง ‘ขยัน’ ให้มากคุ้มค่าเงินด้วย หรือว่า? มีอะไรก็ทำไปก่อน? อย่างที่คนอื่นๆ พูดกัน! “พี่ตาคิ้วชนกันแล้วค่ะ” “อะไรนะคะ…ข้าวซอยว่าอะไรนะ” “หนูบอกว่าคิ้วพี่ตาขมวดมาชนกันแล้วค่ะ” เด็กหญิงแสนซนถามอย่างใสซื่อ “เพราะข้าวซอยรึเปล่าคะ” “ไม่ใช่หรอกจ๊ะ ข้าวซอยไปนอนดีกว่านะนอนพร้อมคุณยายให้คุณยายเล่านิทานให้ฟัง” หญิงสาวหันไปหาคุณยายที่เดินตามเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามา ก่อนจะจับมือเล็กๆ จูงแขนเตรียมจะเข้านอน วันนี้เธอผจญภัยมาทั้งวัน เอ่อ…ทั้งคืนด้วยมั้ง! “อย่าคิดอะไรมากเลยนะยัยตา…อะไรๆ มันไม่เลวร้ายนักหรอก ทุกอย่างมีหนทางของมันเสมอ” “ค่ะ…คุณยาย”

ต้องการอ่านต่อหรือไม่

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 74 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1 พี่ตามาแล้ว
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2 อย่าคิดมาก
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3 งานพิเศษ

ผลงานใหม่