/0/29714/coverbig.jpg)
/0/4640/coverbig.jpg)
บทที่ 3 chapter3
กิตติยิ้มความบ้องแบ๊วของน้อง ชายหนุ่มไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาโน้มหน้าลง ริมฝีปากหยักก็โฉบเฉี่ยวประกบจูบลงทัณฑ์ จูบหยอกล้อตอดเล็กตอดน้อยอยู่อย่างนั้น “ถ้ารักเจียวก็หยุดทำแบบนี้สิคะ” เปาวลีเปรยเสียงสั่นๆ ร่างบางอ่อนเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ พยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงใหลในรสสัมผัสอันแสนหวาน แต่ช่างทรมานหัวใจเหลือเกินยามชายหนุ่มสร้างขึ้น “เจียวจ๋า...พี่อยากได้ยินเจียวบอกรักพี่บ้าง บอกรักพี่ให้ชื่นหัวใจหน่อยสิครับ” เสียงอ้อนอ่อนหวานทุ้มนุ่มหูช่างเป็นน้ำทิพย์ชโลมหัวใจดวงน้อยให้กระชุ่มกระชวย เธออบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งที่ได้อยู่ในวงแขนกำยำที่คอยแต่กระชับกอดแน่นที่เอวคอด “จะ...เจียวรักพี่เกี๊ยค่ะ” ปาวลีไม่ได้บอกแค่ปาก เธอยังแสดงให้เขาเห็นด้วยว่าเธอรักชายหนุ่มมากแค่ไหน เสียงสั่นเครือเอ่ยบอกรักชิดเรียวปากหยัก เรียวปากบางอิ่มเอิบจูบเรียวปากหยัก จูบแล้วจูบอีก จูบอยู่อย่างนั้น เธออยากให้ชายหนุ่มรับรู้ว่าทุกลมหายใจและชีวิตเลือดเนื้อของเธอมันเป็นของเขา “ระ...รักมากไหม” เสียงเข้มสั่นสะท้านถาม เขารู้สึกสยิวซ่านเมื่อแม่กระต่ายน้อยจูบสัมผัสหยอกล้อเขาแบบกล้าๆ กลัว...กิตติรีบใช้มือทั้งสองข้างโอบอุ้มพวงแก้มนวลแล้วดันให้ออกห่าง “หัวใจของเจียวในเวลานี้มีพี่เกี๊ยคนเดียวค่ะ...เจียวมีชีวิตเดียว ขอมอบให้พี่เกี๊ยดูแล...พี่เกี๊ยอย่าทิ้งเจียวนะคะ” ทุกคำพูดของหญิงสาวกลั่นกรองออกมาจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักที่มั่นคง “ยอดรักของพี่...พี่รักเจียวที่สุดของที่สุด ชีวิตของพี่ที่มีอยู่มันเป็นของเจียว...พี่จะไม่มีวันทอดทิ้งเจียวและทำให้เจียวเสียใจแน่นอน” เสียงกระซิบของเขาฟังดูหนักแน่นเหมือนหัวใจของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยรักล้นหัวใจ “พี่เกี๊ยขา...เราเข้าบ้านกันเถอะค่ะ” เปาวลีหันมอง รอบข้างของรถมีสายตาอยากรู้อยากเห็นหลายคู่ คนที่เดินผ่านต่างหันมองและทำท่าทางซุบซิบเหมือนพวกเขาพากันนินทาเธอ “โอเค เข้าบ้านก็เข้าบ้าน” กิตติรีบเปิดประตูแล้วลงจากรถ วิ่งไปฝั่งที่น้องนั่งอยู่ เขาเปิดประตูให้หญิงสาว ซึ่งภาพของหนุ่มสาวที่มีอายุห่างกันหลายปีต่างตกเป็นเป้าสายตาและขี้ปากของชาวบ้านละแวกนั้น “แม่ขา...เจียวทำเองค่ะ...แม่นั่งพักนะคะ” เปาวลีรีบวางกระเป๋านักเรียนไว้ข้างเก้าอี้หน้าบ้าน เธอรีบเข้าไปจับตะกร้าผ้าในมือของมารดาวางไว้ แล้วพยุงร่างของหญิงวัยห้าสิบห้าปีแต่ดูสังขารของนางช่างดูเหมือนหญิงชราอายุหกสิบเข้าไปนั่งพักในห้องรับแขก “ยัยหนู ทำไมวันนี้กลับถึงบ้านเร็วจังล่ะ” สุจีนั่งบนโซฟา หายใจหอบเหนื่อยเจ็บจี๊ดๆ ที่หน้าอก แต่นางก็ไม่ได้แสดงอาการปวดเจ็บให้ลูกสาวได้เห็น “พี่เกี๊ยไปรับที่โรงเรียนค่ะ” เปาวลีขยับตัวหลีกทางให้ชายหนุ่มที่เดินตามหลังมานั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามมารดา ส่วนเธอก็ปลีกตัวออกไปเก็บผ้าที่ตากอยู่ข้างบ้าน “สวัสดีครับน้าสุ” กิตติยกมือไหว้ว่าที่แม่ยาย “ไหว้พระเถอะพ่อเกี๊ย ไหนว่าไปดูงานที่กรุงเทพฯ ทำไมกลับมาเร็วจังล่ะจ๊ะ” สุจีรับไหว้ว่าที่ลูกเขย “พอดีงานที่ไปดูเสร็จเร็วกว่ากำหนดน่ะครับ” กิตติตอบสุจีแต่สายตาของเขากลับเหลือบมองแม่กระต่ายน้อยที่นั่งพับผ้าของลูกค้าอยู่อีกมุม “แล้วนั่นถุงอะไรล่ะ ทำไมดูเยอะแยะจัง” สุจีมองถุงหลายใบที่กิตติวางไว้บนโต๊ะรับแขก “ของฝากจากกรุงเทพฯ ครับ” สุจียิ้มแล้วหันไปบอกลูกสาวที่นั่งพับผ้าอยู่ “ยัยหนู ไปเอาของว่างกับน้ำเย็นมาให้พี่เขาสิลูก” ก่อนหันมาพูดคุยกับกิตติอีกครั้ง “ทำไมจะต้องสิ้นเปลืองเงินทองซื้อมาให้น้าเยอะแยะแบบนี้ด้วยล่ะพ่อเกี๊ย” นางบ่น แต่เสียงนุ่มอย่างเอ็นดูว่าที่ลูกเขย “ไม่ได้สิ้นเปลืองอะไรหรอกครับ มีแต่ของใช้ ของบำรุงร่างกายทั้งนั้นครับ” “งั้นก็ขอบใจนะพ่อ” มารดาหญิงสาวระบายยิ้มไม่คลาย ตลอดเวลาที่ผ่านมา กิตติเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย นางเห็นความรักมากมายในแววตาชายหนุ่มที่มีให้แก่บุตรสาว จึงไม่ขัดขวางหากเขาจะคบหาดูใจกับเปาวลี แม้ว่าทั้งคู่จะอายุห่างกันหลายปีก็ตาม เสียงก๊องแก๊งๆ ดังออกมาจากในครัวทำให้กิตติหันไปมองแล้วเอ่ยขออนุญาตกับสุจี “ผมไปช่วยเจียวนะครับ น้าสุ” “จ้ะ ไปเถอะพ่อ” สุจีอนุญาตอย่างเข้าใจความรู้สึกของหนุ่มสาว กิตติรีบลุกขึ้นเข้าไปช่วยเปาวลีในห้องครัวทันที เมื่อเข้ามาก็เห็นหญิงสาวกำลังยกถาดอาหาร เตรียมไปขึ้นโต๊ะจึงขันอาสา “มา...พี่ช่วย” “ขอบคุณค่ะ” เปาวลียิ้มแล้วปล่อยถาดในมือให้ชายหนุ่ม แล้วเธอก็เดินตามหลังเขาเข้าไปนั่งพับเพียบอยู่ข้างโต๊ะรับแขก “นี่ถ้าคุณบุษอยู่คงช่วยกันกินช่วยกันใช้ได้บ้าง” การทำตัวไม่รุ่มร่ามเสมอต้นเสมอปลายของชายหนุ่มที่ดูจะรักและทะนุถนอมเปาวลีปานดังดวงใจนั้น ทำให้สุจีที่นั่งมองแอบยิ้มอย่างมีความสุข “คุณยายไปไหนเหรอครับ” กิตติที่นั่งฝั่งตรงข้ามสุจี เขามองผ่านหัวไหล่ของว่าที่แม่ยายมองบ้านไม้หลังใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม “คุณบุษไปทำบุญที่วัด มาบอกน้าว่าจะจำศีลที่วัดสักสี่ห้าวันจ้ะ” สุจียิ้มพิมพ์ใจเมื่อนึกถึงหญิงชราวัยแปดสิบผู้มีจิตใจดี โอบอ้อมอารีแด่ผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า คุณบุษบามักจะถือตะกร้าหมากและปิ่นโตข้าวนั่งรถตุ๊กๆ ไปวัดทำบุญ ซึ่งเป็นภาพคุ้นเคยเห็นเป็นประจำสำหรับสุจี ตลอดหลายสิบปีที่นางอุ้มท้องอ่อนๆ มาเช่าบ้านอยู่ที่นี่ สุจีก็เห็นหญิงชราอาศัยอยู่บ้านหลังนั้นตามลำพัง จะมีเป็นบางปีที่ลูกสาวคนเดียวของนางกลับจากต่างประเทศมาเยี่ยมเยียน ซึ่งลูกสาวของคุณบุษบาก็คือมารดาของกิตตินั่นเอง “แล้วคุณยายได้ฝากกุญแจบ้านไว้ไหมครับ” กิตติมองเปาวลีที่ชูขวดน้ำหวานเฮลส์บลูบอยให้เขาเลือก ชายหนุ่มพยักหน้าบอกน้องว่าเขาต้องการน้ำแดงไม่ใช่น้ำเขียว “อย่าบอกนะ พ่อเกี๊ยไม่มีกุญแจเข้าบ้าน” สุจีมองหน้าว่าที่ลูกเขย
รายการตอน
ทั้งหมด 81 ตอน
/0/13368/coverbig.jpg)
/0/21766/coverbig.jpg)
/0/36488/coverbig.jpg)
/0/6086/coverbig.jpg)
/0/36068/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/34082/coverbig.jpg)