/0/36600/coverbig.jpg)
บทที่ 2 ♡ Chapter 2 ♡ เหม็นขี้หน้า
“กลับมาแล้วเหรอลูก เหนื่อยไหมวันนี้ ทำไมพักนี้กลับดึกกว่าปกติล่ะลูก ทำโอทีเหรอ” แก้วตาผู้เป็นมารดารีบตรงดิ่งเข้ามาหาลูกสาวทันที เพราะหลายๆครั้งลูกสาวกลับดึกเสียจนเธอหลับไปก่อนทำให้ไม่ได้พูดคุยกัน วันนี้เธอจึงยังไม่นอนตั้งใจดักรอเพื่อที่จะสอบถามว่าเหตุใดถึงได้กลับบ้านช้ากว่าปกติบ่อยครั้ง องศา หรืออินทิรา ลูกสาวคนโตของแก้วตา เมื่อเห็นว่ามารดาพุ่งตรงเข้ามาถามแบบนั้น ด้วยความที่เป็นคนโกหกไม่เก่ง แม้จะเป็นคนที่รักษาสีหน้าและท่าทีสงบเสงี่ยมเอาไว้ได้ แต่ทุกครั้งที่โกหกเขาจะต้องเอามือขึ้นเกาจมูกวันนี้เขาจึงเอามือไพล่หลังและบีบมือตัวเองไว้ ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม “พักนี้ที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อยค่ะแม่ ที่จริงแล้วมีการเปลี่ยนผู้บริหาร การทำงานก็เลยเปลี่ยนไปด้วย ต่อให้ทำงานดึกเดี๋ยวนี้ค่าโอทีก็ได้แค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะหนูไม่ไปทำอะไรที่มันเสี่ยงๆหรอก” “แม่ก็อดห่วงไม่ได้ เห็นกลับบ้านดึกดื่น กลัวจะแอบไปทำงานพิเศษอีกน่ะสิ ไม่ได้มีอะไรปิดบังแม่ใช่ไหมองศา” “ไม่มีหรอกค่ะ เหนื่อยมากเลยขอขึ้นไปอาบน้ำนอนนะคะ” แก้วตามองดูลูกสาวคนโตที่นับวันยิ่งจะเงียบขรึมแล้วพูดน้อยลงไปทุกที เรียกมาคุยทีไรก็ได้แค่ประโยคสองประโยคแล้วก็หาทางเลี่ยงขึ้นห้อง เป็นแบบนี้มาหลายปีแล้วตั้งแต่เรียนจบ เธอรู้ว่าลูกผิดหวังที่เธอไม่ให้ไปสอบตำรวจอีก แต่เธอก็ทำใจไม่ได้เหมือนกันถ้าลูกเดินทางสายนี้แล้วต้องตายเหมือนกับพ่อของเขา องศาทิ้งตัวลงนอนแผ่หรา บนที่นอนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอไม่อยากโกหกหรือปิดบังครอบครัว แต่ทว่าการเสียพ่อไปแบบนั้นค่าใช้จ่ายในบ้านจึงตกเป็นภาระของเธอ แม้ว่าแม่แก้วตาของเธอจะขายของอยู่ที่บ้านแต่เงินมันไม่ได้มากขนาดนั้นเพราะน้องสาวของเธอกำลังเรียนอยู่ระดับชั้นมหาวิทยาลัยต้องใช้เงินมาก อีกอย่างตั้งแต่พ่อตายแม่ก็ตรวจพบว่าตนเองเป็นโรคหัวใจ แล้วก็อาการแย่ลงเรื่อยๆหมอบอกว่าทางเดียวที่จะต้องทำให้ได้ในตอนนี้ก็คือผ่าตัดเปลี่ยนใส่หัวใจเทียมให้แม่ เธอโกหกแม่ว่าไปทำงานบริษัทอสังหาแต่ทว่าที่จริงแล้วเธอนั้นแอบไปสมัครเป็นบอดี้การ์ดนานแล้ว นานจนได้รับตำแหน่งหัวหน้ามา ก๊อก ๆ ๆ “หนูเข้าไปได้ไหมคะพี่อง” “อื้อ เข้ามาสิ” “พี่อง พอดีอินจะต้องออกไปฝึกสอนในเทอมหน้า มันมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าเดิมอีก ตอนนี้ พี่หางานพิเศษให้อินทำได้ไหม” “แค่เรียนก็หนักแล้ว เรียนครูน่ะงานเยอะจะตายไป ตั้งใจเรียนไปเถอะเดี๋ยวเรื่องเงินพี่จัดการเอง” “แต่พี่จะไหวหรอ ช่วงนี้แม่ก็เข้าโรงพยาบาลถี่เลยแบบนี้พี่คนเดียวก็จะแย่นะ” “อิน อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะว่าอินน่ะแอบรับงานวาดรูป ไหนจะทำงานจัดหน้าไฟล์หนังสืออีก แล้วก็รับทำรายงานอีกด้วย แค่นั้นก็แทบจะไม่ได้นอนแล้วไม่ใช่หรอ จะเอางานพิเศษอะไรอีกล่ะ” “นี่พี่องรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ขนาดอินใช้นามแฝงพี่ยังรู้อีกหรอ” “พี่ก็ไม่ได้โง่นี่นา ทำไปเถอะถ้ารักถ้าชอบแล้วไม่เหนื่อยเกินไป แต่อย่ามากเกินจนเสียการเรียนก็แล้วกันทำความฝันในการที่จะเป็นครูให้สำเร็จ พี่ขอแค่นั้น” “ขอบคุณนะคะ รักพี่ที่สุดเลย” อิน หรืออินทุอร น้องสาวเพียงคนเดียวขององศา เธอเรียนครูตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย อายุ 22 ปีแล้ว อินทุอร มีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นครูมาตลอด และเธอเก่งศิลปะ แล้วก็รักในงานศิลปะมากจึงเลือกเรียนครูศิลปะ เธอชอบสอนเด็กข้างบ้านมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว สีก็ชอบเอาไปแบ่งปันกับคนอื่นเล่น แต่หลังจากที่พ่อตายไปเธอก็เริ่มเก็บตัวเงียบ แล้วรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์เพราะตอนนี้มีแค่องศาเพียงคนเดียวที่หาเงินเข้าบ้านได้และแม่ก็ปิดร้านบ่อยครั้ง เงินที่หามาได้ก็ไม่เคยพอใช้ มีเธอคนเดียวที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลยจนกระทั่งไปรู้จักกับโลกออนไลน์และงานศิลปะที่จะสามารถทำเงินได้ง่ายๆเธอจึงแอบทำมันมาตลอดแต่ก็ไม่คิดว่าพี่สาวจะรู้ แต่เธอก็ไม่เคยบอกพี่สาวเช่นกันว่าเธอรู้ว่างานบริษัทที่พี่สาวไปทำนั้นมันไม่ใช่อย่างที่บอก ครั้งหนึ่งเธอบังเอิญผ่านไปแถวนั้น จึงแวะหาพี่สาวที่บริษัท แต่คนที่บริษัทกลับบอกว่าพี่สาวเธอไม่ได้ทำงานอยู่ที่นั่น กว่าจะสืบรู้ก็ใช้เวลาอยู่เป็นปีเพราะสงสัยว่าพี่สาวทำอะไร อยู่ที่ไหน ทำไมจึงมีเงินมาคอย support ที่บ้านอยู่เสมอ การเป็นบอดี้การ์ดเสี่ยงอันตรายแต่เธอรู้ว่าพี่สาวของเธอรักงานแบบนี้จึงไม่เคยคิดขัดขวางและไม่คิดจะบอกมารดาด้วย นั่นเป็นหนทางที่เลวร้ายที่สุดเพราะว่ามารดาอาจจะช็อคได้ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เสียงแห่งความวุ่นวายดังอยู่ภายในโรงอาหาร ลิลลี่หรือคุณหนูอิงฟ้า กำลังเดินหน้าตาไม่สบอารมณ์เข้าไปภายในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ซึ่งปกติแล้วเธอแทบจะไม่มาเหยียบที่นี่เพราะเกลียดความวุ่นวายนี่แหละ คนเยอะจอแจกลิ่นอาหารก็เหม็นคละคลุ้งแม้จะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังก็ตามที แต่ว่าการบริหารจัดการของที่นี่ก็ใช่ว่าจะดีแตกต่างจากที่อื่นสักเท่าไหร่ แต่วันนี้เพราะว่ามีองศาคอยตามติดมาด้วย เธอจึงต้องมากินอาหารที่โรงอาหารอีกครั้ง เรียกได้ว่าตั้งแต่มีองศาเข้ามาในชีวิตเธอก็แทบจะไม่ได้ก้าวเท้าออกจากมหาวิทยาลัยในเวลาที่ไม่มีเรียนเลย เธอต้องรอเรียนคาบต่อไปด้วยความเหนื่อยหน่าย จะออกไปเดินช็อปปิ้งหรืออะไรให้ผู้คนเห็นเหมือนปกติก็ไม่ได้ ทำตัวราวกับว่าเธอเป็นนักโทษของเขาอย่างนั้นแหละ “นี่ คิดจะเดินตามติดอย่างนี้อีกนานไหม ไปไกลๆไปเหม็นขี้หน้า” “ฉันจะทำตามหน้าที่ของฉัน คุณจะรับประทานอาหารก็เชิญฉันจะยืนรอตรงนี้” “แล้วกรุณาอย่าจ้องฉัน เห็นแล้วมันกินไม่ลง” “หน้าที่ของฉันคือตามดูแลคุณไม่ให้คราดสายตาถ้าไม่ให้จ้องเห็นทีว่าคงจะไม่ได้ ถ้าคุณไม่อยากเห็นว่าฉันจ้อง คุณก็แค่ก้มหน้าลงไปรับประทานอาหาร อย่าเงยหน้าขึ้นมาก็แค่นั้นเองค่ะ” คำพูดคำจาที่ดูเหมือนจะยียวนแต่ออกมาจากปากของคนที่หน้านิ่งและแววตาเย็นชาเช่นนี้มันยิ่งดูน่าโมโหเพราะไม่รู้ว่าเขาจงใจกวนหรือว่าพูดด้วยความใสซื่อกันแน่ คนอะไรพูดจายาวเหยียดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแบบนี้กับคนที่เป็นเจ้านายเนี่ยนะ เห็นแบบนี้อิงฟ้ายิ่งไม่พอใจ ไปหยิบเงินส่งให้เพื่อนแล้วไหว้วานให้ไปซื้ออาหารมาให้แทน มีความรู้สึกว่ายิ่งเดินก็ยิ่งถูกจับจ้องไปทางไหนก็ถูกมองมันรู้สึกอึดอัดไปหมด ไม่เข้าใจเลยว่าพี่ชายของเธอทนได้ยังไงเวลาที่ไปไหนมาไหนแล้วมีคนเดินตามเป็นโขยง “วันนี้แฟนมาเฝ้าอีกแล้วเหรอจ๊ะคุณหนูลิลลี่” “โอ๊ยพวกแก ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ใช่แฟน” “ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ หล่อขนาดนี้ไม่สนเลยหรอ แกไม่เอาฉันเอานะ” “ดูหน้าเขาด้วยเขาจะเอาแกไหม คนอะไรยิ้มไม่เป็นเลยหรือไง ทำหน้าบึ้งตลอดเวลา น่าเบื่อ!” อิงฟ้าบ่นอุบ เธอไม่พอใจตั้งแต่พ่อสั่งให้มีบอดี้การ์ดคอยตามเฝ้า ในช่วงวันแรก ๆ ที่เจอหน้าก็ไม่พอใจแล้ว แล้วพออยู่ด้วยกันมาเกือบ 2 อาทิตย์ก็ยิ่งหมั่นไส้เข้าไปใหญ่ เพราะองศาไม่ยิ้มเลยแม้แต่นิดเดียว พูดจากับเธอก็ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ไม่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างที่คนเป็นลูกน้องควรจะเป็น ก็เข้าใจได้ว่าเขานั้นโตกว่าและเป็นถึงหัวหน้าบอดี้การ์ดตามที่พ่อบอก แต่ว่า การจะพูดจากับเจ้านายต่อให้เด็กกว่ามันก็ไม่ควรจะเป็นแบบนี้ไหม อย่างน้อยแววตาอ่อนโยนลงนิดนึงก็ยังดี นี่อะไรแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ยิ่งคิดยิ่งโมโห เธอกำลังก้มหน้าก้มตากินข้าว พอเงยหน้ามาเจอสายตาที่จ้องมองมายังเธออยู่แบบนั้นใครมันจะไปกินลง อิงฟ้ารวบช้อนยกน้ำขึ้นดื่มและคว้ากระเป๋าเดินออกตรงนั้นทันที ซึ่งก็เป็นไปตามคาดองศาหันขวับแล้วก้าวเดินตามมาติดๆ มันไม่ได้ติดขนาดนั้นแต่มันก็อึดอัดอยู่ดี อิงฟ้าไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ว่าอย่างไรแต่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เธอไม่ชอบเลย โรงพยาบาล “อิงฟ้ามาแล้วเหรอลูก” “สวัสดีค่ะคุณแม่ สวัสดีค่ะคุณพ่อ วันนี้คุณหมอให้เยี่ยมได้แล้วใช่ไหมคะคุณพ่อคุณแม่ได้เข้าไปเยี่ยมพี่วัชหรือยังคะ” “พ่อกับแม่เข้าไปแล้ว หมอจะให้เข้าได้อีกทีหลัง 6 โมงเย็น แต่ก็เข้าได้แค่แป๊บเดียวนะ 10 นาทีเท่านั้น หนูก็เตรียมตัวให้พร้อมนี่ก็ใกล้จะ 6 โมงเย็นแล้ว” “ค่ะคุณพ่อ แล้วที่คุณพ่อทักมาบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับหนู เรื่องอะไรหรอคะ จะคุยเลยไหมหรือรอให้หนูออกมาก่อน” “คุณ จะเอาแบบนี้จริงๆหรอ ฉันสงสารลูก ลูกยังเด็กเกินกว่าจะมาแบกรับภาระอะไรตรงนี้นะ” “แต่สักวัน ทั้งบริษัททรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีก็จะต้องถูกส่งต่อให้ลูก ในเมื่ออนวัชลูกชายเพียงคนเดียวของเรานอนเป็นผักอยู่แบบนั้น คนเดียวที่เราจะหวังพึ่งพาได้ก็มีแค่อิงฟ้าเท่านั้นนะคุณ” พ่อและแม่หันไปคุยกันต่อหน้าอิงฟ้านั่นแหละ แม้จะอยากคุยกัน 2 คนแต่สถานการณ์ก็ไม่เอื้ออำนวยทุกสิ่งทุกอย่างดูบีบคั้น เกิดปัญหาขึ้นที่บริษัททันทีที่อนวัชได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่ได้สติแบบนี้ เหล่าผู้บริหารที่บริษัทต่างอยากจะขึ้นครองอำนาจแทนเขา หลายคนที่อยู่เคียงข้างเขาก็ยังพอมี คนเหล่านั้นไม่ได้มีอำนาจมากพอที่จะหยุดยั้งผู้บริหารระดับสูงที่จ้องจะฮุบกิจการทุกอย่างไปเป็นของตน “พ่อเข้าใจว่าลูกยังเด็กและยังเรียนไม่จบ อีกทั้งยังเรียนไม่ตรงสายอีกด้วย แต่ว่าอิงฟ้า ธุรกิจทุกอย่างที่พี่ชายของลูกรับช่วงต่อและพัฒนามันต่อจากพ่อ มันควรจะเป็นของใครถ้าไม่ใช่ของลูก ถ้าไม่ใช่ของพี่ชายลูกและครอบครัวเรา พวกนั้นกะจะชุบมือเปิบเอาง่ายๆหนูจะยอมจริงๆหรอ” หลังจากที่เล่าสถานการณ์ทั้งหมดให้ลูกสาวฟังแล้ว คมกฤษมีสีหน้าที่เคร่งเครียดและตั้งคำถามให้ลูกสาวคิดตามเพราะเขารู้ดีว่าอิงฟ้านั้นแน่วแน่ในทางเดินของตัวเองมาตลอด ลูกสาวอยากจะเรียนนิเทศศาสตร์และเข้าวงการบันเทิงทำงานทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังนั่นคือความใฝ่ฝันสูงสุดโดยที่ไม่มีความคิดที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือรับช่วงต่ออะไรใดๆทั้งสิ้น การที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของลูกไปกลางคันแบบนี้มันเป็นอะไรที่ตัดสินใจยากเขารู้ดี อิงฟ้ามีสีหน้าที่ยุ่งยากใจ แต่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัวและพี่ชายสุดที่รักที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ มีหรือที่เธอจะยอมให้ใครมาชุบมือเปิบเอาไปโดยที่ไม่ลงมือทำอะไรเลย ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจรับปากพ่อและแม่ของตนว่าจะพยายามรักษาทุกอย่างเอาไว้อย่างสุดความสามารถ บริษัท a&a “หมายความว่ายังไง?” “ก็หมายความตามที่ได้ยินนั่นแหละค่ะ ผู้บริหารทุกท่าน ดิฉันนางสาวอิงฟ้า สุธรธารา นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปจะเข้ามาควบคุมอำนาจทั้งหมดแทนพี่ชายที่กำลังรักษาตัวอยู่ ใครมีอะไรสงสัยก็ส่งเรื่องเข้ามาได้เลยฉันพร้อมจะชี้แจง แล้วถ้าใครมีปัญหาก็เข้ามาคุยกับดิฉันได้โดยตรงไม่ต้องผ่านเลขานะคะ” คำพูดที่แสนเด็ดเดี่ยวและมาดมั่นจากใบหน้าสวยใสของเด็กที่ยังไม่จบมหาวิทยาลัยทำเอาผู้อาวุโสและผู้บริหารระดับสูงหลายท่านไม่พอใจ แต่ด้วยอำนาจเงินและหุ้นส่วนที่น้อยกว่ามากทำให้พวกเขาได้แต่ฮึดฮัดแล้วเดินกลับออกไปโดยไม่พูดอะไรเลย
รายการตอน
ทั้งหมด 19 ตอน
/0/22508/coverbig.jpg)
/0/22686/coverbig.jpg)
/0/36580/coverbig.jpg)
/0/16415/coverbig.jpg)
/0/29681/coverbig.jpg)
/0/10741/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/34082/coverbig.jpg)