/0/23591/coverbig.jpg)
บทที่ 3 เพียงฝัน
ร่างอรชรนอนดิ้นกระสับกระส่าย เหงื่อเม็ดใสเริ่มผุดพรายไปทั่วกรอบใบหน้าขาวผ่องใส คิ้วเรียวโก่งโค้งดั่งคันสรขมวดแทบเป็นปม ปากกระจับสีชาดนั้นเล่าค่อย ๆ ขยับเขยื้อนเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนกระวนใจ “ปล่อยเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากกลับเรือน พาข้ากลับเรือนได้ฤๅไม่เจ้าคะ” “พี่หมอ พี่หมอเจ้าขา โปรดอย่าหลอกล่อข้า ข้าอยากกลับเรือน” เสียงของแม่หญิงดังลั่น พลอยทำให้ลำดวนผู้เป็นบ่าวซึ่งนอนอยู่ข้างเตียงรู้สึกตัวตื่น นางบ่าวคนสนิทแลไปยังเตียงกว้าง เห็นแม่หญิงคนงามนอนละเมอพร่ำเพ้อเสียงหลง นางบ่าวจึงเอ่ยเรียกขาน “แม่หญิง แม่หญิงเจ้าขา เป็นกระไรไปเจ้าคะ” แม่หญิงช่อฟ้ารู้สึกตัวตื่น สีหน้าเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจ มิเคยเลย มิเคยใกล้ชิดกับชายใดเยี่ยงนี้มาก่อนเลย “แม่หญิงเป็นกระไรไปเจ้าคะ” ลำดวนเอ่ยถามอีกครั้ง “อ่า... พี่ลำดวน พี่ลำดวนดอกรึ” “เจ้าค่ะ พี่ลำดวนเอง แม่หญิงฝันร้ายรึเจ้าคะ” สีหน้าและท่าทางตื่นตระหนกของแม่หญิง มิได้รอดพ้นแก่สายตานางบ่าว “ข้าฝัน ใช่ข้าเพียงฝัน เพียงฝันเท่านั้นแลพี่ลำดวน” เอ่ยปลอบใจตัวเองแม้รู้สึกว่าฝันนั้นมันมิเหมือนดั่งฝัน “ฝันกระไรเจ้าคะ ฝันร้ายรึเจ้าคะ ขวัญเอ๋ยขวัญมา ฝันร้ายจักกลายเป็นดีหนาเจ้าคะ” นางบ่าวคนดีเอ่ยปลอบ “แต่ในฝันมันน่ากลัวเหลือเกินพี่ลำดวน” สีหน้าแลแววตาแม่หญิงยังหวาดหวั่น อาการเช่นนั้นยิ่งทำให้นางบ่าวอยากรู้ว่าผู้เป็นนายฝันเยี่ยงไร “ฝันว่ากระไรเจ้าคะ” “ข้าฝัน..ฝันว่าจากเรือนแห่งนี้ไปไกลแสนไกล ทำอย่างไรก็มิอาจกลับมาได้” เจ้าของนัยน์ตาหม่นแสงเอ่ยบอกทั้งสีหน้ากังวล “หือ เช่นนั้นรึเจ้าคะ พี่ลำดวนว่าแม่หญิงสีฟัน ล้างหน้า แล้วไปหาแม่นายก่อนดีฤๅไม่เจ้าคะ อย่าเพิ่งวิตกกังวลไปเลย บางทีแม่นายอาจจักช่วยแนะนำกระไรดี ๆ ที่ทำให้แม่หญิงรู้สึกสบายใจขึ้นก็เป็นได้” แม่นายเฟื่องฟ้าผู้เป็นมารดาของแม่หญิงช่อฟ้านั้นทั้งฉลาดและมีไหวพริบ ลำดวนคิดว่าบางครานางผู้เป็นแม่อาจจักช่วยคลายวิตกให้แก่แม่หญิงผู้เป็นลูกได้ ทันทีที่แม่หญิงผู้เป็นลูกย่ำเท้าเข้ามาหา แม่นายเฟื่องฟ้าผู้เป็นมารดาก็เอ่ยถามอย่างมิรอช้า ด้วยลำดวนนั้นได้เล่าให้นางฟังว่าบุตรสาวแสนรักนั้นฝันร้าย แล้วดูสีหน้าลูกของนางสิ เพลานี้ช่างดูทุกข์ตรมเสียจริง “ได้ยินว่าลูกฝันร้ายรึแม่ช่อฟ้า ฝันว่ากระไรไยต้องทำหน้าตรมอมทุกข์เยี่ยงนั้นเล่า” แค่เห็นใบหน้าของลูก แม่นายเฟื่องฟ้าก็ยิ่งอยากรู้ว่าความฝันนั้นมันเป็นเช่นไร “ลูกทุกข์เพราะในฝันมันแสนเศร้าเจ้าค่ะคุณแม่ ลูกทุกข์ใจนัก ใจจักขาดเพียงเพราะต้องจากเรือนแห่งนี้ไปไกลแสนไกลเจ้าค่ะ” “ไหน ฝันว่าเยี่ยงไร เล่าให้แม่ฟังสิ” “ลูกฝันว่ามีคนเรียกหาลูกเจ้าค่ะ เสียงมันดังก้องอยู่ในหู จนลูกร้อนใจ ต้องลงจากเรือนไปตามหาที่มาของเสียง แต่ก็มิพบผู้ใด กระทั่งรู้ตัวอีกคราลูกก็อยู่ในป่าเสียแล้ว ป่าแห่งนั้นงดงามราวสรวงสวรรค์ อีกทั้งคืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงท้องฟ้าก็มีดาวระยิบระยับมากมาย แลที่แห่งนั้นเสียงของเขาผู้นั้นก็ชัดเจนขึ้นเจ้าค่ะ” “เขาผู้นั้นรึ” สิ่งที่ได้ยินทำให้แม่นายเฟื่องฟ้าเขม้นมองลูกสาวเพียงคนเดียวมิวางตา “เจ้าค่ะคุณแม่ ชายผู้นั้นเขาหลอกล่อลูก เขาเรียกลูกไปเจ้าค่ะ แม้คำที่เขาใช้เรียกขานนั้นจักแปลกนัก เรียกลูกว่าฟ้าเจ้าค่ะ เรียกว่าน้องฟ้า หาได้เรียกช่อฟ้าไม่ แต่ลูกรู้เจ้าค่ะคุณแม่ รู้ว่าเขาเรียกลูกเป็นแน่แท้” “แล้วชายผู้นั้นเขาเป็นใครกันรึแม่ช่อฟ้า” “เขา...ลูกมิทราบเจ้าค่ะ เพียงแต่รู้สึกคุ้นตานัก ทั้งน้ำเสียง แลรูปร่างหน้าตาดูคุ้นตาราวกับเคยเห็นเขาที่ใดมาก่อน อีกทั้งการพูดการเจรจาของเขาผู้นั้นเล่า หาได้เหมือนผู้ใดใน อโยธยาไม่ การแต่งกายก็เฉกเช่นเดียวกัน เขาแต่งกายราวกับพวกฟะรังคีเจ้าค่ะคุณแม่” “โอ้ พวกฟะรังคีรึ? แล้วชายผู้นั้นรูปร่างหน้าตาเป็นเยี่ยงไรเล่าแม่ช่อฟ้า รูปงามฤๅไม่” แม่นายเฟื่องฟ้าเอามือทาบอก ก่อนจักหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์กับลำดวนผู้เป็นบ่าว “เขาผู้นั้นรูปงามนักเจ้าค่ะ รูปงามมิเหมือนใครในอโยธยา ราวกับเขามีส่วนผสมระหว่างชาวอโยธยากับพวกฟะรังคี ลูกมิเคยเห็นใครรูปงามเหมือนเขามาก่อนเลย” แม่หญิงพยายามอธิบาย พลันแม่นายผู้เป็นแม่ก็ตบเข่าฉาด ก่อนจะหัวร่อต่อกระซิกกับนางบ่าวเสียงดังลั่น “นั่นประไรอย่างที่ข้าคิดไว้มิมีผิด ฝันดีเยี่ยงนี้ ข้าว่าลูกข้าคงจักได้เจอเนื้อคู่เป็นแน่แท้ เจ้าเห็นด้วยฤๅไม่ลำดวน ฮ้าฮ้าฮ้า” “เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเจ้าค่ะแม่นาย แม่หญิงฝันดี๊ดีเจ้าค่ะ คริคริ” แม่หญิงมองผู้เป็นแม่แลบ่าวคนสนิทอย่างตัดพ้อ ดูเอาเถิดทั้งสองหัวร่อราวกับชอบอกชอบใจกระไรนัก “มิใช่ฝันดีเลยสักน้อย ไยคุณแม่กับพี่ลำดวนถึงได้ยิ้มหน้าระรื่นกับฝันร้าย ๆ ของลูกเล่าเจ้าคะ เนื้อคู่กระไรลูกมิอยากมีเจ้าค่ะ” คนกำลังทุกข์ใจเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงมิใคร่พอใจนัก “โธ่เอ๋ยแม่ช่อฟ้า เนื้อคู่นั้นเล่าเพลามันจักมามันก็มา ผู้ใดจักปฏิเสธหาได้ไม่ อย่าคิดมากไปเลยหนาลูก ฝันนี้ย่อมดีนักแล ดูอย่างแม่สิก่อนจักได้เจอกับคุณพ่อ ยังเคยฝันคลับคล้ายคลับคลาราวฝันของลูกนี่แล” ผู้เป็นแม่เอ่ยไปยิ้มไป มันรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจเมื่อคิดว่าจักได้ลูกเขย “คุณแม่เจ้าขา หาได้เหมือนกันไม่เจ้าค่ะ เพราะชายผู้นั้นเขาจักมาพรากลูกไปจากคุณแม่หนาเจ้าคะ พรากไปไกลนัก จักเป็นเนื้อคู่ได้เยี่ยงไรเจ้าคะ” อย่างไรแม่หญิงก็ไม่เชื่อ เนื้อคู่ที่ไหนจะมาพรากเธอไปไกลถึงเพียงนั้น “มิมีผู้ใดพรากเจ้าไปจากแม่ได้ดอกแม่ช่อฟ้า อย่าคิดมากไปเลยเจ้า” คนเป็นแม่เหมือนจะเอ่ยปลอบแต่ก็แอบขบขันในท่าทีของแม่หญิง “มีเจ้าค่ะ เขาผู้นั้นอย่างไรเล่า เขาเอาแต่เรียกหาลูก หลอกล่อลูกจนลูกต้องไปกับเขา แต่เมื่อลูกไปแล้ว ลูกจักกลับมาหาคุณแม่มิได้ คุณแม่เจ้าขาเพลานั้นลูกใจจักขาด มิรู้ว่าจักกลับมาหาคุณแม่ได้เยี่ยงไรเจ้าค่ะ” “กลับมิได้ก็มิต้องกลับ อยู่กับบุรุษผู้รูปงามนั่นแลเจ้า แม่จักไปว่ากระไร คริคริ” “คุณแม๊” ดูเอาเถิดแม่ของเธอยังพูดเป็นเล่น คิดแล้วแม่หญิงก็อยากจะร่ำไห้ เป็นชายรูปงามแล้วอย่างไรเล่า มีสิทธิ์อันใดมาพรากเธอไปจากพ่อแลแม่ เรื่องราวในฝันนั้นช่างน่ากลัวนัก แม้เธอจักตื่นจากฝันแล้ว แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ยังคอยรบกวนจิตใจ แค่คิดเธอก็ให้น้ำตารินไหลอาบสองแก้ม “โถ..แม่ช่อฟ้า อย่าได้หม่นเศร้าไปเลยลูก เจ้าเป็นคนคิดมากตั้งแต่เมื่อใด เฮ้อ.. เอาอย่างนี้เถิดหนา วันนี้เจ้าจักไปค้างที่เรือนคุณย่ามิใช่รึ วันพรุ่งเจ้าก็ให้คุณย่าพาไปรดน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลดีฤๅไม่?” แม่นายเฟื่องฟ้าเสนอ ในขณะที่มือคนเป็นแม่นั้นเฝ้าเช็ดน้ำตาให้คนขี้แย ลูกสาวนางนี่กระไร ปีนี้อายุย่างสิบแปดปีแล้ว แต่ยังร้องไห้เป็นเด็ก ๆ “ดีเจ้าค่ะคุณแม่ ลูกจักให้คุณย่าพาไป เช่นนั้นเรารีบไปหาคุณย่ากันเถอะพี่ลำดวน” “ไปเจ้าค่าแม่หญิง พี่ลำดวนจัดข้าวจัดของให้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” “เช่นนั้นก็รีบไปเถิด ประเดี๋ยวคุณย่าท่านจักคอย อ้อ ลำดวนเจ้าดูแลแม่หญิงให้ดีด้วยหนา” ผู้เป็นแม่กำชับนางบ่าว “เจ้าค่ะแม่นาย” “จักไปไหนกันรึแม่ช่อฟ้า” นายช่างแก้ว ช่างทองหลวงผู้มีฝีมือไม่เป็นสองรองใครในอโยธยาออกจากหอนอนมาพอดิบพอดี เพียงได้ยินว่าผู้เป็นบุตรสาวจักเดินทางไปไหนสักที่ คนหวงลูกสาวอย่างท่านจำต้องเอ่ยถามเอาความเสียหน่อย “คุณพ่อ มาแล้วรึเจ้าคะ ลูกกำลังจักไปเยี่ยมคุณย่าเจ้าค่ะ จักไปค้างที่นั่นสักคืน รับปากท่านไว้แล้วเจ้าค่ะ” “แม่ช่อฟ้าของพ่อช่างน่ารักแลกตัญญูนัก เช่นนั้นคุณย่าคงจักดีใจที่เจ้าไปหาท่าน ทำดีแล้วลูก” เพียงได้ยินว่าลูกสาวจะไปหาแม่ของตน นายช่างแก้วก็ยิ้มด้วยความยินดี ท่านนั่งลงข้าง ๆ แม่หญิง ก่อนจะใช้มือลูบศีรษะเธอด้วยความรักแลเอ็นดู ลูกสาวช่างว่านอนสอนง่าย ภายนอกว่างดงามแล้วไซร้ จิตใจบุตรสาวนั้นเล่าก็งามไม่แพ้กัน “มิต้องร่ำลากันนานดอกค่ะคุณพี่แก้ว ป่านนี้ฝีพายกับแม่ลำดวนรออยู่ที่ท่าน้ำแล้วกระมัง เช่นนั้นเราไปส่งลูกลงเรือกันเถิดเจ้าค่ะ” “ไปสิแม่เฟื่อง” ว่าแล้วผู้เป็นพ่อแลแม่ก็เดินลงท่าไปส่งแม่หญิงลงเรือด้วยตัวท่านเอง เพียงแค่เท้าน้อย ๆ ก้าวลงลำเรือไป แม่หญิงช่อฟ้าก็รู้สึกใจหายวาบ ช่างประหลาดนัก! แม่หญิงหันกลับไปมองสบตาพ่อแลแม่ก็ให้รู้สึกเศร้า แต่ก็ยังฝืนยิ้มให้พวกท่านก่อนจักกล่าวคำลา “ลูกกราบลาคุณพ่อคุณแม่เจ้าคะ วันพรุ่งลูกจักรีบกลับเรือน” “ไปดีมาดีหนาลูกพ่อ แม่ลำดวน พ่อฝีพาย พวกเจ้าดูแลลูกข้าให้ดีด้วย” “เจ้าค่ะ / ขอรับ” นางบ่าวแลฝีพายรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ “แม่ช่อฟ้าวันพรุ่งอย่ากลับให้มืดค่ำนักนะลูก แล้วอย่าลืมให้คุณย่าท่านพาไปรดน้ำมนต์ด้วยเล่า เดินทางปลอดภัย โชคดีมีชัยหนาลูกแม่” “เจ้าค่ะคุณแม่” สิ้นคำนั้นฝีพายร่างกายกำยำก็ใช้มือที่จับไม้พายจ้วงลงไปในผืนน้ำ กระทั่งน้ำแตกกระจายเป็นคลื่นเล็ก ๆ ส่งให้เรือลำน้อยค่อย ๆ ลอยลำห่างออกไปจนไกลลับตา โดยผู้เป็นพ่อแลแม่นั้นหนามิได้รู้ว่าในวันข้างหน้าจักเป็นเช่นไร?
รายการตอน
ทั้งหมด 51 ตอน
/0/15617/coverbig.jpg)
/0/5611/coverbig.jpg)
/0/6653/coverbig.jpg)
/0/4829/coverbig.jpg)
/0/9212/coverbig.jpg)
/0/3514/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/34082/coverbig.jpg)