ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 2 ความเกียจชังของแม่ผู้ให้กำเนิด

ในแววตาของริสามีความร้ายกาจซ่อนอยู่ เมื่อนึกถึงแผนการของตัวเอง ถึงแม้ในใจจะมีความลังเลอยู่บ้างถึงแม้นลินจะเป็นลูกนอกคอกของเธอก็ตาม แต่ความเกียจชังที่มีต่อลูกสาวมันมากเกินกว่าที่เธอจะเก็บเอามาคิด ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ค่ารักษาของลูกสาวสุดที่รักของเธอเท่านั้น แม้แต่ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ไม่มีเหลือแล้ว วันพรุ่งนี้ก็คงจะไม่มีอาหารตกถึงท้องแล้ว หากนราลูกสาวคนโตของเธอไม่ได้ทานอาหารที่ดีและไม่ได้ทานอาหารที่ครบห้าหมู่ อาการป่วยของลูกสาวเธอก็คงจะทรุดหนักไปมากกว่านี้ สุดท้ายนี้ริสาก็ได้แต่ตัดใจใช้แผนการเดิม เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว “หมายความว่ายังไงคะคุณแม่” แววตาของนลินสั่นระริก ด้วยความกังวลและความกลัว เมื่อสบตากับคุณแม่ของเธอ ทุกครั้งที่เห็นแววตาแบบนี้ของคุณแม่ ก็ไม่เคยมีเรื่องดีสำหรับเธอเลยสักครั้ง “ฉันบอกให้แกทำอะไรแกก็ต้องทำ หรือแกจะปล่อยให้พี่สาวของแกตายเลือกเอา” “ แม่คะ หนูจะกล้าปล่อยให้พี่สาวตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไงกันล่ะคะ หนูขอโอกาสสุดท้ายได้ไหมคะคุณแม่ หนูพอจะมีเพื่อนอยู่บ้างหนูอยากจะลองขอกู้ยืมเพื่อนดูก่อน” นลินยกมือกุมมือคุณแม่ด้วยความอ้อนวอนให้คุณแม่ของเธอเห็นใจเธอบ้าง เพราะต่อให้เธอจะทำงานหนักจนเป็นลมเหมือนเมื่อวานก่อนเธอก็จะทำ นลินไม่มีทางที่จะปล่อยให้พี่สาวของเธอเป็นอะไรไปแน่ๆ อึก!ริสาผู้เป็นแม่สะบัดมือออกอย่างแรงทำให้นลินซวนเซไปชนที่ตู้วางแจกันด้านหลังส่งผลให้แผ่นหลังของเธอรับแรงกระแทกเต็มๆ นลินรู้สึกถึงความเจ็บและจุกจนแทบจะหลุดเสียงร้องออกมา แต่ด้วยความกลัวทำให้เธอต้องเก็บเสียงร้องของตัวเองไว้ให้เงียบมากที่สุด ซาด!น้ำแกงร้อนถ้วยใหญ่ถูกเทราดบนหัวของลูกสาวตัวดีอีกครั้ง เมื่อนลินเริ่มพูดถึงเรื่องราวเพ้อเจ้อในความคิดของริสา นลินหลับตาลงด้วยความชอกช้ำใจ เธอรีบปัดเศษอาหารและถอดเสื้อนอกออกเพื่อเช็ดน้ำแกงออกจากใบหน้า ทั้งๆที่คนในครอบครัวของเธอไม่มีใครคิดที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยซักนิด เมื่อเห็นภาพนี้จนเคยชิน ริสายืนเท้าเอวหัวเราะขำขันกับคำพูดและความพยายามของลูกสาวของตัวเอง ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง กี่ครั้งก็ไม่เคยปรับปรุงตัวเอง ไม่รู้จักส่องกระจกดูตัวเองซะบ้างมีแต่ความคิดโง่ๆ ความสามารถแค่นี้จะทำอะไรได้แค่เรียนแพทย์จบเร็วเข้าหน่อยก็หยิ่งผยองคิดว่าตัวเองสามารถทำได้ทุกอย่าง เรียนสูงแล้วทำอะไรได้เรียบจบแล้วก็ไม่มีเงินอยู่ดี ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรหนักหนาเด็กยากไร้พวกนั้น ทั้งๆที่ตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ครั้งนี้จะถือว่าเป็นการกำราบลูกสาวที่ดื้อรั้นของเธอไปในตัวด้วยก็แล้วกัน เด็กคนนี้จะได้ไม่กล้าพยศกับเธออีก นลินที่เห็นท่าทางของคุณแม่ เธอก็รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อ และดึงแขนเสื้อของคุณพ่อด้วยความอ้อนวอน คุณพ่อคือทางเหลือสุดท้ายของเธอ “ พ่อคะ ได้โปรดเถอะค่ะ หนูขอโอกาสครั้งสุดท้ายจริงๆ พ่อก็รู้ว่าหนูไม่มีทางทิ้งพี่สาวอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกเราก็เอาบ้านหลังนี้ไปจำนองก่อนก็ได้” นลินจะไม่เห็นได้ยังไงที่แม่ของเธอแอบนัดคุยลับๆล่อๆกับคนชุดดำเมื่อสามวันที่แล้ว ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งตัวสั่นด้วยความรู้สึกกลัวสุดขีด หยาดน้ำตาคลอจวนเจียนจะไหลออกมา ทั้งๆที่นลินเป็นคนที่เข้มแข็งมากและไม่เคยร้องไห้อีกเลยตั้งแต่ห้าขวบ เคร้ง!! นราวางช้อนด้วยความหงุดหงิดที่เห็นสีหน้าอ่อนลงของคุณพ่อ ทุกครั้งน้องสาวของเธอก็ชอบอ้อนวอนคุณพ่อของเธอแบบนี้ ถึงแม้ว่าน้องสาวของเธอจะรู้ว่าคุณพ่อช่วยอะไรไม่ได้ก็ตาม แต่เธอจะปล่อยให้น้องสาวตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากแบบนี้ได้ยังไงกัน เธอไม่มีทางให้มันสำเร็จ… “พอสักทีเถอะค่ะ เรื่องของหนูทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ต่อให้หาเงินมาได้ก็ต้องติดหนี้ก้อนโต รู้ตั้งแต่เนิ่นๆแบบนี้ก็ปล่อยให้หนูจากไปอย่างสงบจะดีกว่านะคะ หนูไม่อยากทำให้ครอบครัวต้องมาเดือดร้อนเพราะหนูอีกแล้ว” พูดจบน้ำตาของนราก็ไหลออกมาด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ที่ทำให้ทุกคนลำบากเพราะเธอ แล้วเธอก็วิ่งกลับเข้าห้องตัวเองด้วยน้ำตานองหน้า เมื่อเห็นนราร้องไห้ ก็ยิ่งทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังรู้สึกเห็นใจและสงสารกลับความโชคร้ายของเธอ ยิ่งเห็นหัวใจที่แตกสลายของนรา ในใจของนลินที่เป็นน้องสาวฝาแฝดก็ยิ่งรู้สึกผิด เพี้ย!ฝ่ามือของริสาตบลงที่ใบหน้าของนลินเต็มแรงจนหน้าสะบัด เพียงเพราะว่านราร้องไห้กับเรื่องที่เกิดขึ้น แค่นั้นยังไม่พอนิ้วเรียวและเล็บที่ยาวสีแดงเลือดนกของริสาจิกที่ผมของนลินแรงๆและผลักเธอลงบนโต๊ะอาหารพร้อมกับเทอาหารที่เหลือราดหัวของนลินจนหมด “คุณ..” ประสิทธิ์ที่เห็นภรรยาลงมือกับลูกสาวก็สึกตกใจ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบลูกสาวคนนี้ซักเท่าไหร่แต่ก็ไม่เคยลงมือกับลูกสาวตัวเองเลยซักครั้ง แต่ภรรยาของเขากลับลงไม้ลงมือมาตลอดเขารู้อยู่แก่ใจ แต่ครั้งนี้ภรรยาของเขาทำเกินไปจริงๆ “ นังลูกไม่รักดี ยังจะกล้ามองหน้าฉันอีก ที่พี่ของแกร้องไห้มันก็เป็นความผิดของแกทั้งนั้น” ในใจของริสารู้สึกเดือดดาลจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้เหมือนทุกครั้งเวลาที่สามีอยู่ ริสาถึงไม่เคยลงมือตบตีลูกสาวต่อหน้าสามีเลยซักครั้ง อย่างมากก็แค่สั่งสอนเล็กๆน้อยแต่วันนี้เธอสุดจะทนจริงๆ “….” “ ทำไมหรือคิดอยากจะลงมือกับแม่ตัวเอง แกถึงได้ใช้สายตาแข็งก้าวมองฉันแบบนี้ เพี้ย!” เมื่อเห็นว่าสามีของตัวเองไม่ได้ทัดทานอะไรอีกริสาก็ลงมือกับลูกสาวอีกครั้งด้วยความได้ใจ นลินที่ถูกกดจนใบหน้าของเธอแนบกับโต๊ะอาหาร เธอเลียมุมปากของตัวเองที่แตกแล้วก็หัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง เส้นผมที่ยุ่งเหยิงและร่างกายที่มีแต่กลิ่นของอาหารคละคลุ้งเต็มไปหมด สภาพที่ราวกับไม่ใช่คนแบบนี้มันทำให้เธออยากจะหายออกไปจากที่นี่ ทุกครั้งที่คุณแม่ของเธออารมณ์ไม่ดีและโมโหเธอก็จะกลายเป็นสนามอารมณ์ของคุณแม่เธอทุกครั้ง เหมือนอย่างตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการตบตีหรือว่าจับเธอไปขังในห้องมืดนลินก็เคยเจอมาหมดทุกรูปแบบแล้ว นลินยังจำได้ครั้งแรกที่ถูกแม่ของเธอลงโทษ แม่ของเธอทิ้งเธอไว้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด เพียงเพราะว่าเธอเรียกร้องที่จะเอาของเล่นเหมือนกับพี่สาวให้ได้ ในจิตสำนึกของนลินยังคงจำคำพูดของคุณแม่ได้ ‘เด็กไม่ดีจะต้องถูกสั่งสอนและถูกลงโทษให้หลาบจำ วันหลังจะได้ไม่ทำอีก’ “ จะไปไหนก็ไป ถ้าตอนเย็นฉันหาแกไม่เจอนะคอยดูว่าฉันจะทำยังไงกับแก ยังไม่ไปอีก ไปสิ! ทำให้ฉันหงุดหงิดได้ทุกวี่ทุกวันจริงๆลูกสาวคนนี้” ริสาชี้หน้าด่าลูกสาวแล้วหันหน้าหนีอย่างไม่แยแสถึงแม้ว่าจะเห็นรอยฝ่ามือที่แดงเถือกบนแก้มทั้งสองข้างและร่างกายที่มีแต่กลิ่นอาหารของผู้เป็นลูกสาวคนเล็ก หลังจากที่ปิดประตูห้องจนสนิทแล้วนลินก็หันหลังนั่งพิงประตูอย่างหมดแรง และดึงผมตัวเองเพื่อระบายความรู้สึกที่เธอไม่อาจทำอะไรได้ออกมาจนเส้นผมหลุดออกมาเป็นกำมือ หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วนลินก็ส่องกระจกดูเส้นผมของตัวเองแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอถอดเสื้อผ้าออกอย่างช้าๆ ยังดีที่เส้นผมของเธอหนา ไม่อย่างนั้นเธอก็อาจจะเป็นที่หัวเราะเยาะของคนอื่นได้เมื่อเธอหัวล้านกว่าวัยอันควร เมื่อมองดูร่างกายของตัวเองในกระจกก็เห็นแต่รอยเขียวฟกช้ำเต็มไปหมดที่เกิดจากฝีมือแม่ผู้ให้กำเนิดของตัวเอง ในใจของนลินตอนนี้ก็คิดถึงคนรักของตัวเอง นลินลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรัก เพราะเธอไม่อยากให้คนอื่นกล่าวหาว่าเธอคบกันกับคนรักเพื่อหวังผลประโยชน์ ‘ พี่ตะวันจะต้องไม่ปล่อยให้ฉันลำบากแน่ ถ้าพี่ตะวันรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ของฉัน’ สุดท้ายนลินก็ตัดสินใจโทรหาคนรักด้วยความหวัง “ ฮัลโหล” “ ตะวันคะ” “ นลิน~ คิดถึงตะวันใช่ไหมคะถึงได้โทรหาตะวัน” ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอบอุ่นและขี้เล่นเล็กน้อย ทำให้นลินรู้สึกอุ่นใจไม่น้อย “ ตะวันคะ ตอนนี้นลินมีเรื่องลำบากนิดหน่อยนลินอยากจะขอ…” “ ตะวันคะ คุยกับใครอยู่คะ” ยังไม่ทันที่นลินจะได้ขอในสิ่งที่คิด นลินก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังมาจากปลายสายของตะวันซะก่อน

ต้องการอ่านต่อหรือไม่

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 45 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1 สถานะที่เป็นรองของคนในบ้าน
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2 ความเกียจชังของแม่ผู้ให้กำเนิด
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3 หมอสัปเหร่อ

ผลงานใหม่