/0/5158/coverbig.jpg)
/0/6779/coverbig.jpg)
บทที่ 2
คมิกพนธ์รับแก้วน้ำจากมืออลิมา แล้วเธอก็ถอยหลบกลับไปในครัวเพื่อเตรียมตั้งโต๊ะอาหารค่ำของสองแม่ลูกแต่ก็พอได้ยินเสียงทั้งสองพูดคุยกัน “เพิ่งมาถึงเมื่อตอนสาย แม่ก็สอนงานไปหลายอย่างแล้วแหละ” ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เขาอยากให้มารดามีคนมาอยู่ด้วยนานแล้ว เคยหาแม่บ้าน หาคนมาทำงานช่วย แต่ท่านก็ไม่เคยยอม บอกแต่ว่าทำเองได้ อันที่จริงเขารู้ว่าผู้เป็นแม่เกรงคำคนครหาว่าทำตัวเป็นคุณนายต้องมีคนรับใช้ประจำบ้าน นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเหตุใดมารดาถึงรับลูกสาวคนจัดสวนบริษัทเขาเข้ามาอยู่ด้วย “ผึ้งน่าสงสารนะ” นางครองขวัญเปลี่ยนมาใช้เสียงกระซิบ “แม่คุยกับเด็กแล้ว ยังร้องไห้คิดถึงแม่อยู่เลย จะอยู่กับพ่อก็ไม่ได้เพราะพ่อก็มีเมียใหม่ ให้ผึ้งมาอยู่กับเรา ถือซะว่าทำบุญ เด็กมันดีก็ควรให้โอกาสและเลี้ยงไว้” “แต่ถ้าทำตัวไม่ดี ก็ต้องไล่ออกใช่ไหมครับ” คมิกพนธ์ถามมารดา จังหวะพอดีกับอลิมาวางถ้วยแกงบนโต๊ะ หญิงสาวสบตาเขา ก่อนจะหลบตาทำตัวลีบหันกลับอย่างหวาดเกรง นางครองขวัญก็เลยตีเบาๆ ที่ต้นแขนลูกชาย “ทำไมต้องไปแกล้งขู่ผึ้งด้วย” “ไม่ได้แกล้ง ผมพูดจริง ถ้าทำตัวไม่ดี มีสิทธิ์โดนไล่ออก” คมิกพนธ์นั้นเอาจริงเอาจังกับเรื่องพนักงานและลูกจ้าง ชายหนุ่มไม่ชอบคนไม่สู้งาน ตราบใดที่ยังทำงานกับเขา เขาจะไม่ปล่อยให้ใครเอาเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าหรือลูกน้องในปกครอง แต่หากทำดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจ เขาก็พร้อมมีรางวัลให้กับความทุ่มเทนั่นอย่างสมน้ำสมเนื้อ ประโยคที่คมิกพนธ์พูด อลิมาได้ยินชัดทุกถ้อยทุกคำ หญิงสาวจึงตั้งมั่นในใจว่าจะเป็นลูกจ้างที่ดี คุณครองขวัญรับปากแล้วว่าจะให้เธอเรียนต่อเมื่อเธอมีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนเองได้ ขอแค่มีที่ซุกหัวนอน มีเงินเดือนเก็บสะสมเพื่ออนาคต และได้มีโอกาสเห็นหน้าพ่อบ้างเป็นครั้งคราวเท่านี้ก็พอใจแล้ว ถึงแม้พ่อจะไม่ค่อยสนใจไยดีเธอนัก แต่เขาก็คือญาติสนิทคนเดียวที่เหลืออยู่ หลังจัดโต๊ะอาหารให้เจ้านาย อลิมาก็กลับเข้าไปนั่งกินข้าวของตัวเองในห้องครัว พร้อมกับชะเง้อชะแง้มองสองแม่ลูก บทสนทนาใดไม่รู้ได้ที่ทำให้คุณครองขวัญยิ้มและคุณคมิกพนธ์ก็หัวเราะ เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของชายหนุ่ม ทำให้เขาดูเป็นคนใจดีขึ้นมาทันตา หากเขายิ้มบ่อยๆ บรรยากาศรอบตัวคงไม่น่าอึดอัดเท่าไร หญิงสาวคาดหวัง หลังอาหารค่ำ อลิมาก็รีบเข้ามาเก็บถ้วยชามและทำความสะอาดโต๊ะทันทีที่เจ้านายทั้งสองคนลุกก่อนย้ายไปนั่งพูดคุยกันต่อในห้องพักผ่อน เสียงน้ำไหลดังซู่ในห้องครัว อลิมากำลังล้างจานอย่างขะมักเขม้น มีเสียงถ้วยชามกระทบกันพอได้ยิน “หวังว่าคงไม่ท่าดีทีเหลวนะครับคุณแม่” “เอ๊ะ...เดียวนี่ยังไง รู้จักให้โอกาสคนบ้างสิ เด็กผู้หญิงพลัดบ้านกำพร้าแม่มา จะใจจืดใจดำจ้องจับผิดผึ้งไปทำไม” “อายุสิบแปดไม่เด็กแล้วนะครับ...ผมก็แค่ไม่อยากให้คุณแม่ผิดหวัง ที่พูดก็เผื่อว่าเด็กผึ้งของคุณแม่จะเป็นอย่างลูกสาวอีกคนของวิธาน” เขารังเกียจผู้หญิงกิริยาค่อนข้างเปิดเผย ก๋ากั่น ท่าดีทีเหลวทำอะไรจับจด หยิบโหย่งอะไรทำนองนั้น “คนละพ่อละแม่ มันจะเหมือนกันได้ไง อย่าเอาผึ้งไปเปรียบกับลูกสาวแม่ไสวเชียว มองแค่แววตาแม่ก็รู้แล้วว่าผึ้งเป็นคนซื่อ จริตจะก้านอย่างนั้นไม่มีหรอก” นางครองขวัญพูดเพราะเคยเจอหน้าไหมงามสองสามหน ไสวเป็นอย่างไรลูกสาวก็ไม่ต่างกัน “คุณขวัญมีอะไรให้ผึ้งทำอีกหรือเปล่าคะ” อลิมาเข้ามาถามเมื่อทำความสะอาดในครัวเสร็จทุกอย่างแล้ว หญิงสาวย่อตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ไม่ไกล “ไม่มีอะไรแล้วละ ไปพักผ่อนเถอะ ตั้งแต่มาถึงนี่ก็ถามฉันไม่ได้หยุดปากว่ามีอะไรให้ช่วยทำไหม พรุ่งนี้ยังไม่ต้องตื่นมาทำอาหารเช้าช่วยฉันนะ พักเอาแรงและทำตัวให้ชินก่อน ปรกติคุณเดียวจะออกไปทำงานก่อนแปดโมง ไว้ตอนสายๆ ฉันจะบอกหน้าที่ของผึ้งเองว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน” อลิมาตั้งใจฟังแล้วยกมือขอบคุณความเมตตาที่นายผู้หญิงของบ้านมอบให้ ได้อยู่ได้ฟังมาครึ่งค่อนวันเธอก็รับรู้ได้ถึงความใจดีของนางครองขวัญ หญิงสาวบอกลาเจ้านายเพื่อให้ทั้งสองใช้เวลาอยู่กันตามลำพัง ก่อนเดินกลับเข้าห้องพักส่วนตัวที่อยู่ใกล้กับห้องครัว
รายการตอน
ทั้งหมด 80 ตอน
/0/3740/coverbig.jpg)
/0/30996/coverbig.jpg)
/0/3707/coverbig.jpg)
/0/18871/coverbig.jpg)
/0/22256/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/34082/coverbig.jpg)