ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 2 สมน้ำหน้า

ล้อรถค่อยๆ ชะลอตัวและหยุดนิ่งอยู่หน้าอาณาจักรต้นตระกูลของเธอ หญิงสาวมองป้ายสีทองที่ติดอยู่บนประตูอัลลอยสีเงินนิ่งเกือบห้านาที กระทั่งคนขับแท็กซี่หันกลับมามองเธอและถามเบาๆ “ใช่บ้านหลังนี้หรือเปล่าครับ” มิราดึงสติตัวเองกลับมาอีกครั้งพยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบให้คนพนักงานขับรถพร้อมกับยื่นธนบัตรที่อยู่ในมือเธอส่งให้เขา “ฉันมีแค่เงินยูโร พอดีว่าฉันแลกเป็นเงินบาทไม่ทัน คิดว่าแค่นี้คงเพียงพอกับค่าโดยสารนะ” พนักงานขับรถก้มลงมองธนบัตรในมือหญิงสาว “มันมากเกิน ไปครับ” “รับไปเถอะ” หญิงสาวบอกเสียงเบา ส่งธนบัตรให้เขาก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ ในขณะที่คนขับรีบกุลีกุจอมายกกระเป๋าลงให้เธอ ปลายเท้าเรียวบนรองเท้าส้นสูงเกือบหกนิ้วกรีดกรายลงจากรถแท็กซี่สีสดและยืนตั้งมั่นรับน้ำหนักตัวของเธอ หญิงสาวกวาดสายตามองรอบๆ คฤหาสน์ที่เป็นเหมือนดังอาณาจักรของตระกูลนิ่ง ในขณะที่แท็กซี่เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ ทุกสิ่งตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างที่เธอคาดไม่ถึง ปีกขวาของบ้านที่เป็นสระว่ายน้ำมุมโปรดปรานของเธอในวัยเด็ก บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นสวนกุหลาบทั้งพื้นที่ แม้กระทั่งลานด้านปีกขวาที่เธอชอบเล่นสเก็ตตอนเย็นก็ถูกเปลี่ยนเป็นสวนหย่อมเล็กๆ รับกับสวนกุหลาบ ทุกสิ่งในอาณาจักรเปลี่ยนแปลงจนไม่เหลือเค้าเดิม รองเท้ารุ่นลิมิเตดอิดิชั่นแบรนด์ดังจากมิลานพาเจ้าของเท้าเล็กก้าวเข้ามาในบ้าน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าประตูเดินตรงมาหาหญิงสาวเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง หากแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หลุดประโยคอะไรออกมา เสียงของคนในรั้วบ้านก็ร้องถามขึ้นมาก่อน จังหวะเดียวกันกับเจ้าของเสียงเปิดประตูออกมา “คุณมิรา” เสียงของผักพายพี่เลี้ยงของเธอทักขึ้น ตะกร้าที่อยู่ในมือของเธอร่วงลงกระแทกกับพื้น พร้อมกับจังหวะการเคลื่อนไหวของเจ้าของตะกร้า เจ้าของร่างป้อมวิ่งตรงเข้ามาหาคนเป็นนาย เธอโอบกอดมิราไว้ด้วยความดีใจอย่างลืมตัว เธอคงคุ้นชินว่าเมื่อก่อนมิราติดเธอแจ จนต้องให้เธอขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยในเวลากลางคืน หากแต่ความรู้สึกของอีกคนกลับไม่ได้รู้สึกเหมือนอย่างเดิม “กลับมายังไงคะ” สาววัยกลางคนถามอย่างพาซื่อเพราะความดีใจเกินเหตุของเธอนั้นเอง มิรายกมือดันร่างของหญิงวัยกลางคนออก แม้จะไม่แรงมาก แต่ก็ทำให้คนโดนผลักหน้าเสียไปนิด เธอจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพี่เลี้ยงในวัยเด็กของตัวเอง ความรู้สึกไม่ค่อยพอใจเคลือบอยู่ใบหน้าบึ้งตึ้ง แม้ผักพายจะเป็นคนสนิทที่สุดของเธอ แต่หญิงสาวก็ไม่นิยมที่จะให้ใครโอบกอด ผักพายหน้าเจื่อนลงอย่างรู้สึกผิด เพราะตัวเองดีใจเกินไปไม่รู้กาละ เทศะ จนตีตัวเสมอเจ้านาย เธอถอยห่างออกมา “ขอโทษค่ะ มิราเหนื่อย” เสียงอ่อยๆ ที่ออกมาจากกลีบปากอิ่มได้รูปของเธอในเวลาต่อมา เมื่อจับสีหน้าคนฟังได้ เธอคงแสดงกิริยาไม่น่ารักออกมา “ค่ะ” พักพายตอบรับ มิรายิ้มมุมปากน้อยๆ อย่างพอใจ พยักพเยิดให้หญิงสาวมองกระเป๋าหลายใบเขื่องที่กองอยู่ด้านหลัง “ช่วยจัดการของพวกนั้นทีนะคะ มิราขอตัวก่อน” หญิงสาวสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นและก้าวเข้าไปในบ้านทันที โดยไม่สนใจธุระของคนที่เดินสวนออกมาจากไหนบ้าน

หญิงสาวก้าวเดินไปบนพื้นทรายขัดหยาบสีครีมเข้มที่โรยตัวเข้าสู่ตัวบ้าน แต่อีกเพียงไม่กี่ก้าวของเธอที่จะเดินถึงตัวคฤหาสน์ ก็มีเสียงรถ หญิงสาวชะงักเท้าและหันกลับไปมอง เห็นรถตู้สีขาวคันหรูก็วิ่งผ่านเข้ามาตัวบ้าน มันเคลื่อนผ่านหน้าเธอไปอย่างช้าๆ จนสามารถมองเห็นด้านใน สายตาของหญิงสาวจับจ้องคนที่นั่งเชิดหน้าชูคออยู่ในรถตู้ที่ผ่านหน้าไปอย่างเคียดแค้นจนกระทั่งทุกอย่างผ่านหน้าเธอและเพิ่มระยะห่างออกไป คนขับรถตู้หยุดรถที่หน้าคฤหาสน์และรีบวิ่งออกมาเปิดประตูให้คนข้างในเดินออกมา ในจังหวะที่มิราเดินไปถึงในเวลาที่ไม่ห่างกันมาก เจ้าสัวก้าวออกมาก่อนและยื่นมือไปรับผู้หญิงที่อยู่ในรถ ประคองออกมาอย่างทะนุถนอม ส่งขึ้นจนกระทั่งพ้นบันไดสามขั้นหน้าคฤหาสน์ ไม่ได้สนใจคนที่อยู่ข้างนอกรถแม้แต่นิด หรืออาจจะยังมองไม่เห็นเธอด้วยซ้ำ คนยืนมองเบ้หน้าเหยียดริมฝีปากอย่างน้อยใจ ใบหน้าเชิดหยิ่งของภรรยาเจ้าสัวติดตาและฝังลึกลงไปในหัวใจของหญิงสาวราวกับต้องการจารึกความริษยาเอาไว้ เธอเกลียดตั้งแต่แรกพบ ที่จริงต้องบอกว่าเกลียดตั้งแต่รู้จักชื่อก็ว่าได้ แต่พอได้เจอหน้าก็ยิ่งเกลียดมากขึ้น หลังจากที่เจ้าสัวปราณส่งภรรยาขึ้นบ้านเรียบร้อย เขาก็หันกลับมามองหลานสาวพร้อมกับก้าวลงมาอยู่ในระดับพื้นเดียวกันกับเธอ “กลับมาแล้วหรือมิรา” ชายสูงวัยถามด้วยเสียงราบเรียบ ไม่ได้บ่งบอกถึงอาการดีใจแต่อย่างใด “ปู่เล็ก...” หญิงสาวเรียกชื่ออีกคนเสียงแผ่วแผ่ว น้ำตาของเธอ พานจะไหลออกมาเสียดื้อๆ เธอเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างปู่เล็กก็เห็นรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ ของอีกฝ่าย น้ำตาที่พานจะรินไหลออกมาถูกกดเอาไว้ เธอพยายามข่มกลั้นความรู้สึกทั้งหมดและกลืนลงคอไปก่อน เพราะไม่อยากให้ใครได้เห็นความอ่อนแอ และหัวเราะเยาะสมน้ำหน้าเอาได้ โดยเฉพาะคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัตรูของเธอ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 5 นาทีกลับยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของคนเป็นหมาหัวเน่าได้อย่างชัดเจน เมื่อเห็นอย่างนี้เธอก็ยิ่งเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ผักพายรายงานไปมีโอกาสเกิดขึ้นได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ และนั่นเป็นสิ่งที่เธอจะไม่ยอมเด็ดขาด โดยที่เธอไม่รู้ว่าทุกขอมูลที่เธอได้รับมีเบื้องหลังแอบแฝง “ไหว้ย่าเล็กก่อนสิ” เจ้าสัวเดินกลับขึ้นไปสมทบและประคองเมียสาวที่ยืนอยู่บนพื้นเสมอตัวบ้าน ทอดสายตามองหญิงสาวที่ยืนต่ำกว่า “ย่าผิง หรือ เมขลาเป็นเมียของปู่เล็ก” เจ้าสัวแนะนำภรรยาอย่างภูมิใจ หญิงสาวเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง เสหน้าหันไปมองทางอื่นเพื่อหลบซ่อนรอยน้ำตาที่กำลังรืนเอ่อขึ้นมาอีกรอบ ทั้งที่เธอพยายามขบกลั้นสติอารมณ์ของตัวเอง ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เธอไม่สนใจที่จะทำตามที่ปู่เล็กของเธอสั่ง เหมือนเป็นอาการประท้วงที่ใครๆ ในบ้านก็รู้ดี มิราไม่เคยยอมใคร

ต้องการอ่านต่อหรือไม่

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 71 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1 แบ่งทรัพย์สิน
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2 สมน้ำหน้า
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3 ไม่มีวันยอม

ผลงานใหม่