ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 3 ความฝันของดุจดาว 100%

เมื่อครบกำหนดสามวันหลังเลิกงานตอนเย็น ทั้งผู้ใหญ่สิงห์ทั้งลูกชายและลูกสมุนของพวกมันก็มากันพร้อมหน้า เหมือนได้กะเวลาเอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วอย่างแม่นยำ

ดังนั้นสามแม่ลูกจึงไม่แปลกใจเลยที่เห็นเจ้าหนี้ใจหินมานั่งรอยืนรออยู่ที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน พอเจ้าของบ้านมาถึง พวกมันก็พากันลุกเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ออกไปทางขมขู่กันทางสายตาเสียด้วยซ้ำ

“หวัดดี พ่อบุญส่ง” ผู้ใหญ่สิงห์ทักทายลูกหนี้ด้วยเสียงเข้มวางอำนาจ

“เอ่อ...หวัดดีครับผู้ใหญ่” นายบุญส่งยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าด้วยความกริ่งเกรง

“คงรู้แล้วใช่มั้ย ว่าวันนี้เป็นวันอะไร” สายตาคนพูดมองเลยไปจนถึงใบหน้าสวยหวานของดุจดาวเหยื่อสาวที่คนแก่ตัณหากลับอย่างเขาพอใจเป็นหนักหนา

แค่เมื่อสามวันก่อน เมื่อได้ฟังลูกน้องของเขาเล่าถึงความสวยงามและน่าฟัดของลูกสาวบ้านนี้ ก็ทำให้คนแก่อย่างผู้ใหญ่สิงห์ถึงกับต้องกลืนน้ำลายหลายต่อหลายครั้ง

ยิ่งพอมาเจอตัวจริงของดุจดาววันนี้ ตาแก่ตัณหากลับถึงกับจ้องมองหล่อนไม่วางตาเลยทีเดียว และสิ่งที่เขาอยากได้ในวันนี้คงไม่ใช่เงินแล้วล่ะ แต่น่าจะเป็นของสวยๆ งามๆ ตรงหน้านี้มากกว่า

นายบุญส่งกับนางรำภามองเห็นสายตาที่ผู้ใหญ่สิงห์มองลูกสาวของพวกตนอย่างกับจะกลืนกินแล้วก็ต้องเสียวใจวูบ รู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของดุจดาวขึ้นมาทันที

“นี่คงเป็นหนูน้ำลูกสาวของแม่รำภากับพ่อบุญส่งสินะ สวยดีนี่” สายตาหื่นจัดสำรวจมองหน้าตารูปร่างของสาวน้อยอย่างประเมิน และจินตนาการไปไกลถึงไหนๆ ก็เกินกว่าที่ทุกคนจะคาดคิด

แต่ที่แน่ๆ มันคงเป็นความคิดที่ร้ายกาจสำหรับสองสามีภรรยาที่ยืนหน้าซีดคู่นี้มากที่สุด

“ผู้ใหญ่สิงห์คะ ได้โปรดผ่อนผันหนี้ให้พวกเราอีกสักครั้งเถอะนะ ตอนนี้พวกเราไม่มีเงินจริงๆ” นางรำภาอ้อนวอนเจ้าหนี้อีกครั้ง

“พ่อครับ ผมว่าผ่อนผันให้กับป้ารำภาเขาเถอะครับ เพื่อเห็นแก่น้องน้ำคนสวย” แล้วสายตาหวานกรุ้มกริ่มก็จ้องมองไปยังใบหน้าหวานใสนั้นอีกครั้งอย่างพึงพอใจ และแอบคิดแผนการร้ายกาจเอาไว้ในใจด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่ทอประกายแพรวพราวออกมาจนดุจดาวรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว เมื่อสบสายตาหื่นกระหายนั่น

ผู้ใหญ่สิงห์หันมามองลูกชายแวบหนึ่ง แล้วก็รู้ในทันทีว่าลูกชายของตนเองต้องการอะไร และต้องการให้เขาจัดการกับเหยื่อสาวคนสวยนี่ยังไง พลันสายตาทรงอำนาจก็ตวัดมาทางลูกหนี้สองผัวเมียอีกครั้ง เมื่อคิดคำนวณได้ว่าสิ่งที่เขากำลังจะต่อรองนี้มันคุ้มแสนคุ้ม ไม่มีทางขาดทุนแน่นอน

“ก็ได้ เพื่อเห็นแก่ลูกชายของฉัน ฉันจะให้เวลาแม่รำภาอีกสามวัน ให้หาเงินมาใช้หนี้ฉันทั้งต้นทั้งดอก รวมทั้งหมดสองแสนบาท ถ้าครบกำหนดสามวันเมื่อไหร่ แล้วไม่มีเงินมาใช้หนี้ หนูน้ำจะต้องแต่งงานกับเรืองเดชลูกชายของฉันทันที ตกลงตามนี้นะ”

“ผู้ใหญ่สิงห์!”

สองสามีภรรยาอุทานขึ้นมาพร้อมกันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดลงมากกว่าเดิม ด้วยไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะกลับตาลปัตรแบบนี้ แต่ก็รู้สึกสังหรณ์ใจมาก่อนหน้านี้บ้างแล้วเหมือนกัน

เมื่อคล้อยหลังเจ้าหนี้ที่มาทวงเงิน นางรำภาก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น เพราะไม่คาดคิดว่าเรื่องทุกอย่างมันจะเลวร้ายถึงเพียงนี้ ทั้งที่ติดหนี้เขาไม่ถึงแสนแต่ทบต้นทบดอกแล้วปาไปสองแสนมันเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงจริงๆ ไม่คิดว่าผู้ใหญ่สิงห์จะเป็นคนหน้าเลือดขนาดนี้ ที่สำคัญการชำระหนี้ครั้งนี้ก็มีชีวิตของลูกสาวนางเป็นเดิมพันด้วยนี่สิมันน่าเศร้าใจเป็นที่สุด

“น้ำ แม่ขอโทษนะลูก แม่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ แม่ขอโทษจ้ะลูก”

“โธ่แม่คะ แม่อย่าโทษตัวเองสิคะ เราต้องโทษไอ้พวกเจ้าหนี้หน้าเลือดนั่นต่างหาก ที่มันคิดจะกลั่นแกล้งให้เราจนตรอก แม่อย่าร้องไห้เลยนะ เรามาช่วยกันคิดหาทางแก้ไขกันดีกว่าจ้ะ”

“พ่อก็ต้องขอโทษน้ำเหมือนกันนะลูก พ่อคิดว่าการลงทุนทำสวนส้มน่าจะได้กำไรบ้าง แต่ปีนี้มันโชคไม่ดีจริงๆ พ่อมันไม่ดีเอง และพ่อผิดเองที่เป็นต้นคิดไปยืมเงินผู้ใหญ่สิงห์เขา ทั้งๆ ที่แม่ของลูกก็เตือนพ่อแล้ว แต่พ่อไม่ฟังแม่เขาเอง”

“โธ่ พ่อจ๋า พ่อเลิกโทษตัวเองเถอะจ้ะมันเป็นเหตุสุดวิสัย เรายังพอมีเวลาอีกตั้งสองสามวันที่จะหาเงินไปใช้หนี้พวกมัน เดี๋ยวน้ำจะหาทางช่วยพ่อกับแม่เองนะจ้ะ”

ดุจดาวตั้งใจอย่างที่พูดจริงๆ ตั้งแต่ก่อนกลับมาบ้านแล้วที่หล่อนตั้งใจแน่วแน่ ว่าหลังจากที่ตนเองเรียนจบแล้ว หล่อนก็จะเริ่มต้นหางานดีๆ ทำ และได้ทำงานที่เธอใฝ่ฝันอยากจะทำด้วย นั่นคือการได้เป็นนางฟ้าบนเครื่องบิน

แต่ทว่าในวินาทีนี้หล่อนจะทำเช่นไรถึงจะหาเงินก้อนโตมาเพื่อใช้หนี้ให้พ่อกับแม่

“แล้วน้ำจะไปหาเงินที่ไหนตั้งสองแสนภายในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้ล่ะลูก เราไม่มีญาติที่ไหนที่จะพึ่งพาได้เลยนะในตอนนี้”

นางรำภาบอกกล่าวบุตรสาวมากกว่าที่จะเป็นการถามออกไปตรงๆ ด้วยรู้ว่าดุจดาวเองก็เพิ่งเรียนจบมาและยังไม่มีงานทำ

“น้ำยังมีเพื่อนค่ะแม่ บางที...น้ำอาจขอยืมเงินจากพวกเขาได้” ประกายตาสดใสดูมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย แต่แล้วร่างบางก็นิ่งงันเพราะคิดได้ว่าเพื่อนสนิทของตัวเองแต่ละคนก็กู้ยืมเงินเรียนกันทั้งนั้น

สาวน้อยแอบถอนหายใจเบาๆ แต่ก็พยายามทำสีหน้าให้มีความหวังมากที่สุดเพื่อที่จะเป็นหลักให้พ่อกับแม่ถึงแม้ว่านาทีนี้ตัวเธอเองก็ยังหาทางออกไม่เจอ

“เข้าบ้าน อาบน้ำอาบท่า แล้วหาข้าวหาปลากินกันก่อนนะ เดี๋ยวเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่”

นายบุญส่งรีบพูดตัดบทพักเรื่องหนี้ไว้ชั่วคราว เพราะถ้ายังพูดเรื่องหนี้ต่อตอนนี้ก็คงยาว

“จ้าพ่อ”

สองแม่ลูกเดินตามหัวหน้าครอบครัวเข้าไปในบ้าน วันนี้นอกจากทุกคนจะเหนื่อยกายแล้ว ก็ยังต้องเหนื่อยใจอีกเป็นเท่าทวีคูณ

หลังจากที่ทุกคนทานข้าวกันเรียบร้อยแล้ว ดุจดาวก็ขอตัวแยกไปนอนในห้องนอนของตัวเองอีกห้อง

เพราะคืนนี้หล่อนมีเรื่องให้ต้องคิดมาก และไม่อยากแสดงสีหน้าที่หม่นหมองให้พ่อกับแม่เห็น ลำพังท่านทั้งสองก็ทุกข์ใจมากพอแล้ว ถ้าให้ต้องมาเห็นใบหน้าที่อมทุกข์ของเธอยิ่งจะไปกันใหญ่ พาลจะนอนไม่หลับกันพอดี

ร่างบอบบางที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง แหงนเงยขึ้นมองบนท้องฟ้า พระจันทร์ที่ลอยอยู่บนนั้นจะรู้หรือเปล่านะ ว่าตอนนี้เธอทุกข์ใจมากแค่ไหน สิ่งที่เธอตั้งใจไว้จะสำเร็จหรือเปล่า และสิ่งที่หล่อนกำลังคิดจะทำในตอนนี้มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วหรือ

โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กถูกกำไว้ในมือเรียวเล็ก ส่วนมือบางอีกข้างก็ถือกระดาษแผ่นเล็กๆ ไว้ในมือ มันคือนามบัตรของใครคนหนึ่ง พลันสมองของหญิงสาวก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่อาทิตย์นี้ ภาพทุกอย่างยังคงชัดเจน

“อุ๊ย!” ร่างบางเซจนเกือบล้ม เมื่อถูกร่างสูงตระหง่านของใครบางคนเดินมาชน ดีที่วงแขนแข็งแรงนั้นเกี่ยวร่างของเธอไว้ได้ทันก่อนที่สาวน้อยจะหงายหลังล้มลงไม่เป็นท่า

“เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมรีบไปหน่อย คุณไม่เป็นอะไรนะ” เสียงทุ้มไพเราะหูเอ่ยออกมาอย่างสำนึกผิด

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวยิ้มบางๆ แต่ก็ต้องตะลึงมองใบหน้าที่อยู่ใกล้เธอแค่คืบ แววตาของเขาเหมือนมีกระแสไฟฟ้าหลายพันโวลต์วิ่งเข้าสู่ร่าง ร่างกายมันร้อนวูบวาบยังไงพิกล พาลทำให้แก้มนวลสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่

ชายหนุ่มเองก็ตะลึงมองใบหน้าหวานละมุนที่แดงระเรื่อน่ามองนั้นนานหลายวินาทีเช่นกัน ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะรีบผละออกจากกัน ท่ามกลางสายตาของคนที่หันมามองกันเป็นตาเดียว

เมื่อร่างสูงใหญ่เดินออกไป พลันสายตาคู่สวยก็ก้มลงไปเห็นโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งตกอยู่ที่พื้น ดุจดาวก้มลงเก็บขึ้นมาดูก็พอจะรู้ว่ามือถือเครื่องนี้ราคาแพงลิบทีเดียวล่ะ และมันคงเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากของเขา แต่กว่าจะหันไปมองชายนิรนามคนนั้นอีกครั้งเขาก็หายไปแล้ว และหล่อนจะตามเอามือถือไปคืนเขาที่ไหนล่ะ

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็มีเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องที่ดุจดาวเก็บได้ หญิงสาวมองหน้าจอมือถือครู่หนึ่งก็กดรับสาย

“สวัสดีค่ะ”

“เอ่อ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเก็บมือถือของผมได้ใช่มั้ยครับ” เสียงที่เพิ่งคุ้นเคยถามกลับมาอย่างสุภาพ

“ใช่ค่ะ ดิฉันตั้งใจจะเอาไปคืนคุณ แต่ไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน”

“ขอบคุณมากนะครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมไปเอาเอง ว่าแต่คุณอยู่ที่ไหนครับตอนนี้”

“ฉันนั่งรอคุณอยู่ที่ๆ คุณชนฉันเมื่อครู่นี้แหละค่ะ ตรงที่นั่งพักแถวๆ นั้น”

“โอเคครับ อีกสิบนาที ผมจะรีบไปหาคุณ”

“ค่ะ”

สิบนาทีผ่านไปก็ปรากฏร่างสูงใหญ่โดดเด่นของสุภาพบุรุษหนุ่มรูปงามยืนอยู่ตรงหน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งก้มหน้ามองโทรศัพท์เครื่องเล็กสีดำแวววาวที่อยู่ในมือตัวเองไปมาอย่างเพลิดเพลิน

แต่เมื่อรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มจัดที่ปรากฏอยู่บนพื้นโดยไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน แววตาที่ดูสงสัยก็ค่อยๆ ไล่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนมองเห็นใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาราวเทพบุตรนั้นได้อย่างชัดเจน แล้วหล่อนก็จำได้แม่นทีเดียว...เขานั่นเอง ร่างเล็กยืนขึ้นทันที แล้วยื่นมือถือส่งให้เจ้าของ

“นี่ค่ะ”

มือเรียวใหญ่ยื่นมารับมือถือของตนเองอย่างสุภาพ

“ขอบคุณมากครับ”

“เอ่อ...เดี๋ยวสิคุณ!”

ร่างเพรียวระหงตั้งท่าจะเดินหนีไป แต่ก็ถูกเสียงอันทรงพลังเรียกเอาไว้ สาวน้อยหยุดเดินกะทันหันแล้วหันมองกลับมาทางเดิม ก็เห็นเขาเดินเข้ามาหา

“นี่ครับ นามบัตรของผม ถ้าคุณมีเรื่องเดือดร้อนอะไร โทรหาผมได้ตลอดเวลา”

ดุจดาวมองผู้ชายตรงหน้าครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปรับกระดาษแผ่นเล็กมาไว้ในมือ แต่ก็ไม่ค่อยกล้าสบตาเขามากนัก เพราะความประหม่าที่ถูกเขามองหน้าเธอตรงๆ

“ขอบคุณค่ะ” แต่มันไม่จบแค่นั้น มือหนายังล้วงกระเป๋าเงินของเขาออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วหยิบธนาบัตรแบงค์พันยื่นให้เธอหลายใบ ดุจดาวรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้น

“ผมให้เพื่อเป็นค่าตอบแทนที่คุณเก็บมือถือของผมได้ครับ”

“ฉันรับเงินของคุณไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันต้องการแค่คำขอบคุณเท่านั้น และตอนนี้นามบัตรของคุณฉันก็ไม่อยากรับแล้วด้วย” สาวน้อยกล่าวอย่างแสนงอน เพราะรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังดูถูกน้ำใจของเธอ

“เดี๋ยวสิครับคุณ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีนะครับ โอเค...ผมเข้าใจแล้ว นามบัตรของผมรับไปเถอะครับ ถ้าไม่รังเกียจกัน” เขายัดเยียดกระดาษแผ่นเล็กไว้ในอุ้งมือน้อยๆ ของเธออีกครั้ง ด้วยรอยยิ้มที่หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้

“ฉันขอตัวนะคะ” ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะแดงเรื่อมากขึ้นกว่านี้ หญิงสาวต้องรีบเดินหนีไปเสียก่อน ก่อนที่เขาจะรู้ว่าสาวน้อยที่ยังไม่เคยมีรักอย่างเธอ ประหม่าและเขินอายมากแค่ไหนเมื่อถูกเขาจ้องมองด้วยสายตาคมซึ้งแบบนั้น

สายตาคู่สวยกวาดมองตัวอักษรที่แสดงชื่อและนามสกุลที่อยู่มุมขวามือเกือบล่างสุด พร้อมทั้งท่องหมายเลขโทรศัพท์ของเขาในใจ ก่อนที่จะทำอะไรลงไป ใบหน้าสวยหวานปนเศร้าก็แหงนมองดูพระจันทร์ที่ลอยเด่นส่องแสงสว่างไสวนั้นอีกครั้ง ในใจก็นึกภาวนาขอพรต่อจันทร์เจ้าขาด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน

ตอนนี้มีเนื้อหาให้อ่านเพียงเท่านี้

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 55 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1 ความฝันของดุจดาว 30%
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2 ความฝันของดุจดาว 65%
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3 ความฝันของดุจดาว 100%

ผลงานใหม่