ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 2 ตอนที่ 2 Emotional Trigger

เศรษฐวัฒน์ยืนนิ่งอยู่หน้าต่างอยู่นาน… นานพอที่แสงจากเสาไฟถนนทอดเงาเย็นเยียบลงบนใบหน้าแข็งกร้าวของเขา ความมืดด้านนอกไม่ได้ช่วยให้หัวใจสงบลงแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงลมหายใจหนัก ๆ ที่ย้ำเตือนว่าฝันร้ายเมื่อครู่ยังตามหลอกไม่หยุด  เขายกมือขึ้นกดสันจมูกแรง ๆ เหมือนกับพยายามบีบความเจ็บให้หายไปกับปลายนิ้ว แต่สุดท้ายทำได้เพียงปล่อยลมหายใจหนัก ๆ ที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้นออกมา  ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้น  “ท่านประธานครับ พรุ่งนี้เวลา 09.00 น. ทีมประชาสัมพันธ์จะไปคอยรับเพื่อเดินทางไปงานเปิดตัว KC PRIME X ครับ — ธวัช”   เขามองข้อความนั้นนิ่ง ๆ อยู่นาน ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ  ใช่… งานพรุ่งนี้สำคัญ เขาต้องปรากฏตัวในฐานะประธานบริษัท KC. LUXURY AUTO ให้สมบูรณ์แบบ ให้ทุกคนเห็นความมั่นคงและอำนาจของเขา แต่ลึกลงไป เขารู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร…  เศรษฐวัฒน์นั่งนิ่งอยู่หน้าข้อมูลของรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดที่เพิ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ ในยุโรป รถยี่ห้อเดียวกับที่ศลิษาเคยพูดถึงด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่สุดในชีวิตและตั้งใจจะเอาเข้ามาทำตลาดในไทย   เขาจำได้ดี… คืนที่น้องสาวยืนกอดแฟ้มพรีเซนต์แน่นจนสันกระดาษบี้งอตรงหน้าโต๊ะเขา ดวงตาเธอเป็นประกายสดใส  “พี่ธัน…ลิษาอยากทำโปรเจกต์นี้ รถค่ายนี้ดีมาก ถ้าพี่ช่วยผลักดัน ลิษาอยากลองทำเป็นไลน์ใหม่ของบริษัทเรา”  ตอนนั้น เขาแค่ยิ้มเอื่อยและบอกให้น้อง “ค่อย ๆ วางแผน”  ชีวิตยุ่งเกินกว่าจะช่วยคิด และเขาไม่รู้เลยว่านั่น… จะเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายที่ได้ฟังน้องสาวพูดถึงความฝันของเธอ ตอนนี้… เหลือเพียงแฟ้มโครงการที่เธอไม่มีโอกาสเขียนให้สมบูรณ์ กับเขา… ผู้ที่ยังติดหนี้ความตั้งใจของเธออยู่ทุกลมหายใจ  เศรษฐวัฒน์เอื้อมหยิบแฟ้มสีซีดตรงมุมโต๊ะ ปัดฝุ่นบนปกเบา ๆ ราวกับกลัวทำร้ายบางอย่างที่ยังผูกพันเขากับเธอเอาไว้ เขาพึมพำเสียงแผ่ว แทบไม่รู้ว่าเป็นคำพูดหรือคำสัญญา  “ลิษา… พี่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริงแทนแกเองนะ”  เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย หลับตาแน่น ภาพเลือดของศลิษายังชัดเจนในหัว ภาพที่เธอนอนแน่นิ่งในอ้อมแขนเขายังชัดเจน จนเหมือนขยับมือไปก็ยังรู้สึกถึงความอุ่นจากครั้งสุดท้ายที่เขากอดเธอ เขาพึมพำเสียงแผ่วท่ามกลางความมืดของห้อง  “และตั้งแต่พรุ่งนี้…พี่จะทวงคืนความยุติธรรมให้แกนะ ลิษา”  เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันทั้งเย็นชา แข็งกร้าว และเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความตั้งใจอันเงียบงัน ไม่ใช่เศรษฐวัฒน์คนเดิมอีกแล้ว  “ใครมันทำให้น้องพี่เจ็บ… มันจะต้องเจ็บร้อยเท่าพันเท่า… ไอ้ภารันต์”    ท่ามกลางแสงโปรเจกเตอร์ เสียงแฟลช และสายตาของผู้คนหลายร้อยคู่ เศรษฐวัฒน์ยืนอยู่บนเวทีพร้อมรอยยิ้มสุขุมที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนและสื่อมวลชน เขาเพิ่งปิดท้ายการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ KC. LUXURY AUTO ค่ายรถระดับไฮเอนด์ที่เขาเป็นผู้กุมบังเหียน  ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับงานเปิดตัวรถยนต์ ดนตรีจังหวะเร้าใจ เทคโนโลยี แสงสีไฟสปอตไลต์ตัดผ่านความมืด และคำบรรยายสรรพคุณ ในใจเขากลับว่างเปล่าอย่างประหลาด  ทันทีที่พิธีกรประกาศเชิญสื่อถ่ายภาพปิดท้าย เศรษฐวัฒน์โค้งให้ผู้ชมเพียงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากเวทีอย่างรวดเร็ว ราวกับอยากหลุดออกจากพื้นที่สปอตไลต์ให้เร็วที่สุด  หลังจากก้าวลงจากเวที เศรษฐวัฒน์ดึงสูทตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ เขาปลดกระดุมบนลงหนึ่งเม็ด ก่อนยื่นสูทให้ผู้ช่วยถือไว้แล้วเดินเลี่ยงออกจากโซนวีไอพี  “ท่านประธาน จะกลับห้องรับรองเลยไหมครับ” ธวัชถามตามทันทีที่เห็นเจ้านายเดินไปอีกทาง  “ไม่ต้อง ฉันจะเดินดูงานเอง” เขาตอบสั้น ๆ แล้วก้าวจากไปทันที   เขาไม่อยากฟังคำชมสวยหรูในห้องรับรอง ไม่อยากฟังทีมงานรายงานว่า   “งานราบรื่นดีครับ”  สิ่งที่เขาต้องการ…คือเสียงจริงของคนดู เสียงที่ไม่มีใครปรุงแต่งให้ฟังสบายหู  ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตแขนยาว เหมือนพนักงานหนุ่มออฟฟิศทั่วไปเดินปะปนกับผู้ร่วมงานอย่างแนบเนียน สายตาคมสอดส่องปฏิกิริยาของผู้คนที่ยืนล้อมรถยนต์รุ่นใหม่อยู่ตรงกลางฮอลล์ หลายคนถ่ายรูป บ้างถกกันเรื่องราคา บ้างเปรยว่าชอบดีไซน์ไฟหน้า เขากำลังจะเดินผ่านไปอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะประโยคหนึ่งดังขึ้นมาพอดี  “ฉันว่ารถมันดีมากอ่ะเเอน แต่ทีมการตลาดเขาขายเรื่องราวน้อยไปหน่อยนะ”  เสียงหวานใสดังขึ้นและชัดเจนจนเขาต้องหยุดเท้าเองโดยไม่รู้ตัว เศรษฐวัฒน์ขยับตัวเข้าไปยืนใกล้ๆ ด้านหลัง แล้วตั้งใจฟังเสียงเพื่อนถามอย่างงง ๆ  “ขายเรื่องราว ยังไงอ่ะพาขวัญ”  เสียงหญิงสาวคนนั้น ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจแต่ฟังดูนุ่มนวล “รถหรูระดับนี้ คนซื้อไม่ได้ซื้อเพราะเครื่องแรงหรือไฟหน้าสวยอย่างเดียวหรอกนะเเอน… เขาซื้อความรู้สึก ซื้อภาพจำ ซื้อความผูกพันที่ทำให้รู้สึกว่า นี่แหละ รถคันที่ใช่สำหรับฉัน มันคือ Emotional Marketing น่ะ”  คำว่า Emotional ทำเอาเขาใจสะดุดวูบหนึ่ง เพราะสิ่งที่ทำให้เขาอยากสร้างรถรุ่นนี้ขึ้นมา… คือ ความทรงจำของศลิษา น้องสาวที่ไม่มีวันกลับมา เธอเป็นคนชอบรถยี่ห้อนี้มาก เธอฝันอยากนำเข้ารถยี่ห้อนี้มาขายในเมืองไทยและอยากขับพาพี่ชายอย่างเขาไปเที่ยวทะเล และเขาก็อยากสร้างสิ่งที่มีความหมายแทนเธอ… แต่สุดท้าย เขาทำสำเร็จแค่ครึ่งเดียว  หญิงสาวพูดต่ออย่างลื่นไหล “ต่อให้ของดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่เล่าเรื่องความรู้สึกให้คนฟังได้เชื่อมโยง เขาก็ไม่อินหรอก… มนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผลอย่างเดียวอยู่แล้วนะเเอน”  เศรษฐวัฒน์เผลอยิ้มมุมปากนิด ๆ โดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มแบบที่เขาไม่ได้มีมานาน เธอพูดเหมือนอ่านใจเขาออก เขาชะโงกมองเพียงแวบเดียว เห็นหญิงสาวตัวเล็กบอบบาง ผมยาว หน้าหวาน ๆ แต่งตัวชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ดูมีของ ดวงตาเป็นประกายตอนพูดเรื่องการตลาด ผู้หญิงแบบนี้…ไม่มีทางรู้หรอกว่าคำพูดของเธอไปกระทบแผลลึกในใจใครบางคน และก็ไม่มีทางรู้ด้วย… ว่าเศรษฐวัฒน์ กำลังฟังทุกคำของเธออย่างจดจ่อ  เสียงเพื่อนถามอีก “แต่เธอพูดเหมือนเจ้าของบริษัทเลยนะเนี่ย สมแล้วที่จะจบเกียรตินิยมมาร์เก็ตติ้ง บริษัทยักษ์ใหญ่ดึงตัวกันให้ควั่ก”  หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “ก็…ไม่ขนาดนั้นหรอกแกก็ ฉันแค่คิดว่ามันน่าไปทำได้ดีกว่านี้อีกแค่นั้น”   เขานิ่งไป นักศึกษาจะจบใหม่ รู้เรื่อง Emotional Marketing ขนาดนี้ ทั้งฉลาด ทั้งพูดเป็น ทั้งมองเห็นจุดที่ทีมเขาพลาด…ความสนใจของเขา เปลี่ยนจากรถยนต์ ไปเป็นผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้โดยสมบูรณ์  หลังจากฟังบทสนทนานั้นจนจบ ร่างสูงยืนเงียบอยู่หลังสองสาวอีกครู่หนึ่ง สายตายังมองตามหญิงสาวตัวเล็กผมยาวที่กำลังเดินไปดูรถคันอื่นกับเพื่อน  เขารู้สึกทั้งสนใจ ทั้งหงุดหงิด… เพราะเสียงของเธอกำลังดึงให้เขานึกถึงศลิษา น้องสาวที่ตายไป แต่เธอก็พูดเรื่องการตลาดเหมือนเข้าใจเขาเกินเหตุ มันเป็นความรู้สึกประหลาดที่เขาไม่ชอบ ทั้งอบอุ่น ทั้งเจ็บ ทั้งดึงดูด ทั้งโกรธใครสักคนที่ไม่ควรเกี่ยวกันเลย เขาตัดสินใจทันที  “ธวัช” เขาเรียกผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างๆ  “ครับท่านประธาน”  “ฉันมีงานให้ทำ” เสียงสั่งงานดังขึ้น เขาพยักพเยิดไปทางหญิงสาวคนนั้น ร่างบางกำลังยืนยิ้มให้เพื่อนอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกผู้ชายอีกคนจับตามองแบบจริงจัง  “ไปหาข้อมูลผู้หญิงผมยาวคนนั้นมาให้ฉัน” น้ำเสียงของเขาทั้งนิ่ง ทั้งเฉียบ  ธวัชกลืนน้ำลายทันที “คนที่พูดเรื่อง Emotional Marketing น่ะหรือครับ”  “ใช่” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนเหยียดสายตามองเธออีกครั้ง  “ฉันอยากรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่ชื่อ อายุ จนถึงว่ากำลังทำอะไรอยู่”  ธวัชพยักหน้า “รับทราบครับท่านประธาน ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้เลย”   เศรษฐวัฒน์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขายืนมองภาพหญิงสาวที่กำลังหัวเราะเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มของเธอเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักคำว่าเจ็บ ตรงข้ามกับเขาอย่างสิ้นเชิง  หนึ่งชั่วโมงต่อมา ห้องทำงานท่านประธาน ร่างสูงนั่งรออยู่ในห้องส่วนตัว เงียบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ธวัชเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มสีดำในมือ สีหน้าเหมือนคนกำลังลังเลจะพูดดีไหม  “ได้ข้อมูลแล้วครับ”  “เอามา” น้ำเสียงเขาเย็นและสั้น  ธวัชยื่นแฟ้มให้ แต่ไม่ได้ถอยออกไป เขายืนค้าง เหมือนยังมีอะไรจะบอก  “มีอะไร” เจ้านายถามโดยไม่เงยหน้า  “คือ…ข้อมูลมันค่อนข้าง…สุ่มเสี่ยงที่ท่านจะไม่ชอบครับ”  ใบหน้าคมเงยขึ้นทันที แววตาคมขึ้นหนึ่งระดับ  “พูดมา”  ธวัชสูดลมหายใจ “ชื่อเธอคือ พาขวัญ พรรณวัตร อายุยี่สิบสอง กำลังจะจบคณะบริหาร สาขาการตลาด เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง …เธอเป็นน้องสาวของคุณภารันต์ครับ”

ต้องการอ่านต่อหรือไม่

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 18 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1 ตอนที่ 1 เงาในฝัน
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2 ตอนที่ 2 Emotional Trigger
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3 ตอนที่ 3 น้องสาวศัตรู

ผลงานใหม่