ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 2

“เหมือนจริงด้วยค่ะ” คุณหญิงนารถลดาเห็นด้วยกับสามี “คุณไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหนหรือเปล่าคะ” คนเป็นภรรยาเย้าสามี “ผมจะไปทิ้งเชื้อที่ไหนได้ล่ะ คุณก็รู้นี่ว่า ผมทำหมันตั้งนานแล้ว นู่นลูกชายเรามากกว่า ไปทิ้งเชื้อไว้กับผู้หญิงคนไหนหรือเปล่า” นารถลดาเมื่อได้ยินสามีพูดก็หันมาทางบุตรชาย พูดยิ้มๆ “พ่อบอกว่าเด็กผู้ชายที่อยู่แถวหน้า หน้าตาเหมือนแกตอนเด็ก แกไปทิ้งเชื้อไว้กับผู้หญิงคนไหนหรือเปล่าเนี่ย” เป็นคำถามที่ไม่ได้มีความจริงจัง เป็นเพียงการเย้าแหย่ระหว่างแม่ลูก เพราะรู้ดีว่า ลูกชายป้องกันเรื่องนี้ดี แล้วไม่ยอมมีลูกกับหญิงสาวคนใดนอกจากสตรีคนหนึ่งที่จากลาไปเมื่อเจ็ดปีก่อน “ผมน่ะเหรอครับจะไปทิ้งเชื้อไว้กับผู้หญิงคนไหน ผมหวงเชื้อผมจะตายไป ไม่มีทางหลุดไปอยู่ในรังไข่ของใครแน่นอนครับ” ปราณปวิชตอบอย่างมั่นใจ “ผมว่าไม่มีใครทิ้งเชื้อ คงจะเป็นคนหน้าเหมือนทั่วๆ ไปน่ะ อย่างเช่นหน้าเหมือนดารา เหมือนนักการเมืองที่เขาเอามาล้อเลียนสนุกๆ ตามที่เราเห็นกัน” “ถูกต้องนะครับ” คนเป็นลูกเห็นด้วยทันที ไม่ได้ติดใจอะไรกับคำพูดหยิกแกมหยอกของบิดาที่ว่า “ไปทิ้งเชื้อ” เพราะคนอย่างปราณปวิชระวังเรื่องนี้มาก ไม่มีวันผิดพลาดแน่นอน ปราณปวิชละความสนใจเรื่องที่บิดามารดาพูดหันหน้าไปมองเวทีอีกครั้ง ส่งยิ้มให้เพชรกล้าและดูการแสดงจนจบ เด็กๆ พากันก้าวลงจากเวทีก่อนพากันเดินกลับไปยังห้องแต่งตัวที่อยู่ใกล้กัน เมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่ามีผู้ปกครองคอยบุตรหลานอยู่ หนึ่งในนั้นคือพวงชมพูที่วันนี้มาให้กำลังใจลูกชายก่อนขึ้นแสดงแต่ไม่ได้เข้าไปดูหน้าขอบเวที เป็นเพราะการแสดงครั้งนี้จัดขึ้นในโรงแรม เวทีจึงถูกสร้างขึ้นมาเฉพาะกิจและอยู่ในพื้นที่งานจัดเลี้ยง ไม่มีด้านหลังเวทีหรือด้านข้างเวทีให้ผู้ปกครองดูบุตรหลานแสดง หากเข้าไปคงไปยืนออดูกันหน้าเวที อีกเหตุผลหนึ่งคือ ทางทีมงานเกรงว่าหากให้ผู้ปกครองเข้าไปดูการแสดงในงานจะทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย จึงไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าไป ให้ได้เฉพาะคุณครูที่มากับเด็กเท่านั้น ซึ่งผู้ปกครองก็เข้าใจในเหตุผล แม้ว่าพวงชมพูจะไม่ได้เข้าไปดูการแสดงของบุตรชาย แต่เธอก็ไว้วานให้ครูนงเยาว์อัดวีดิโอลงในมือถือ เพื่อที่จะได้ดูการแสดงของเพชรกล้าภายหลัง “เพชรเต้นเก่งมากเลยนะ เก่งกว่าทุกคนเลย” นงเยาว์บอกพวงชมพูขณะคืนมือถือให้ “ขอบคุณค่ะครูปิ่น” พวงชมพูกล่าวของคุณนงเยาว์ ก่อนก้มหน้ามองบุตรชาย “เพชรของแม่เก่งที่สุดเลยครับ” พูดจบก็หอมแก้มเพชรกล้าฟอดใหญ่ด้วยความรักทั้งหมดที่มี เพชรกล้าคือของขวัญจากฟากฟ้าที่แม้นว่าจะไม่ได้เกิดมาจากความรักระหว่างพ่อกับแม่ และไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของคนเป็นพ่อ แต่เธอก็ไม่คิดฆ่าลูกน้อยเพื่อผลักไสความรับผิดชอบ พวงชมพูฟูมฟักดูแลตัวเองให้ดีที่สุด แม้ว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตก็ตาม เพราะไม่เพียงแค่ดูแลตัวเองกับลูกในครรภ์ เธอต้องดูแลมารดาที่ป่วยกระเสาะกระแสะ กว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ พวงชมพูร้องไห้ไปหลายปี๊บ ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อยและอดทน “ฉันว่ารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เพชรเถอะ จะได้รีบกลับ” รัชนีกรบอกสองแม่ลูก พวงชมพูทำตามที่เพื่อนรักบอก พาลูกชายไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนเดินออกจากห้องแต่งตัวหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย “ฉันขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ เกิดปวดฉี่ขึ้นมา” พวงชมพูบอกรัชนีกรที่พยักหน้ารับรู้ ก่อนชี้บอกเพื่อนว่า ห้องน้ำไปทางไหน พวงชมพูเดินไปตามทางที่รัชนีกรชี้ หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ พวงชมพูเดินมาตามทางกำลังจะเลี้ยวไปทางด้านขวา แต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อพนักงานโรงแรมสองคนช่วยกันยกฉากกั้นเดินผ่านมา เธอจึงหยุดให้ทั้งสองเดินผ่านไปก่อน จังหวะนั้นปราณปวิชได้เดินขนานกับฉากกั้น ทำให้เขามองไม่เห็นคนที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง และเมื่อพนักงานสองคนเดินผ่านไป พวงชมพูเดินเลี้ยวขวาเพื่อกลับไปหาลูกชายและเพื่อนสนิท ส่วนปราณปวิชเดินไปยังลานจอดรถที่อยู่ด้านขวามือของเขา ปราณปวิชกับพวงชมพูจึงคลาดกันราวกับว่า พรหมลิขิตไม่ปรารถนาให้ทั้งสองได้พบกันเวลานี้

กลิ่นขนมหม้อแกงลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณใกล้เคียง ใครได้สูดกลิ่นเป็นต้องน้ำลายไหลอยากกินขนมชนิดนี้ขึ้นมาทันทีทันใด แต่ไม่ใช่ว่าคนละแวกบ้านหลังนี้จะได้กลิ่นขนมหม้อแกงทุกวัน คนทำจะทำเดือนละสองครั้ง และทำตามออเดอร์ที่สั่งเท่านั้นด้วย หากใครไม่ได้สั่งก็ต้องอดกิน ต้องรอรอบต่อไปถึงจะได้กินขนมหม้อแกงสูตรโบราณของเอมอร ระหว่างที่รอขนมหม้อแกงอบได้ที่ เอมอรเจ้าของสูตรขนมกำลังตักขนมตาลใส่กระทงใบตองก่อนนำไปวางไว้บนซึ้งนึ่ง และเมื่อวางเรียงกันจนเต็มก็นำขึ้นไปนึ่งบนเตาไฟ หลังจากตักขนมตาลจนหมด เอมอรตักขนมกล้วยใส่กระทงเป็นลำดับต่อไป ขณะที่เอมอรกำลังทำขนมขายอยู่นั้น เพชรกล้าหลานชายสุดที่รักเดินออกมาจากตัวบ้านพร้อมขันน้ำใส่น้ำเย็น เด็กชายมายืนข้างผู้เป็นยาย ก่อนยื่นขันน้ำให้ “ยายฮะ น้ำเย็นๆ ชื่นใจฮะ” “ขอบใจนะเพชรกล้าของยาย” เอมอรรับขันน้ำมาดื่ม ก่อนวางลงบนโต๊ะ “ยายเหนื่อยไหมฮะ ให้เพชรช่วยยายนะฮะ” คนเป็นยายยิ้ม มองดูหลานชายหยิบถุงกระดาษที่สำหรับใส่ถาดขนมหม้อแกงมากางเตรียมไว้ เมื่อขนมหม้อแกงสุกและหายร้อนจะได้ใส่ถุงกระดาษรอให้ลูกค้ามารับ ก่อนนางจะเบนสายตามองพวงชมพูลูกสาวเพียงคนเดียวเดินยกโต๊ะพับมาวางกางหน้าบ้าน จัดวางของที่ต้องใช้วางไว้บนโต๊ะพับสองตัวที่เรียงต่อกัน เตรียมตัวขายขนมที่วันนี้ทำขนมตาลและขนมกล้วย สายตาเอมอรขณะมองพวงชมพูอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิด เสียใจและเศร้าใจ พวงชมพูเป็นเด็กดี อยู่ในโอวาท หัวอ่อนและรักแม่มาก อาจเป็นเพราะนางเลี้ยงพวงชมพูมาคนเดียวตั้งแต่หนึ่งขวบ อดทนและทำงานหนักเพื่อเลี้ยงลูกสาว อดเพื่อให้ลูกอิ่มและได้เรียนหนังสือ ทว่าพวงชมพูต้องมาพบเจอกับเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งเอมอรก็ไม่คิดว่า เรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับลูกสาวของนาง เอมอรมารู้เรื่องนี้หลังจากเกิดเรื่องแล้วหนึ่งปีหกเดือน เอมอรตัดสินใจออกจากบ้านหลังนั้น ไม่สนใจความรู้สึกของตนเองว่าจะต้องเจ็บปวดเมื่อจากคนที่ตนรัก ละทิ้งความสุขสบายทุกอย่างที่สามีมอบให้ นางสนใจเพียงความรู้สึกและเรื่องที่พวงชมพูได้รับ หลังออกมาเผชิญความลำบากอีกครั้ง พวงชมพูสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้มารดาลำบาก เธอทำงานมาตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ นอกจากจะทำขนมสูตรโบราณของเอมอรที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากกมลผู้เป็นยายขายเลี้ยงชีพ เธอยังรับจ้างสอนพิเศษให้เด็กระดับชั้นประถมและมัธยมต้นหารายได้พิเศษอีกทางหนึ่ง เก็บหอมรอมริบไว้ใช้จ่ายยามลูกน้อยคลอด

ต้องการอ่านต่อหรือไม่

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 75 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3

ผลงานใหม่