/0/10404/coverbig.jpg)
บทที่ 3
กู้ฉิงอวิ๋นหลุบตามองมือของเขาที่จับมือของนางเอาไว้ แววตาไหววูบเพียงเสี้ยวเดียว ก่อนกลับมานิ่งสงบดังเดิม “ขอบคุณท่านมาก” เสียงของนางเบามาก สุภาพมาก และไร้พิษภัยอย่างยิ่ง แต่เซียวเฉิงเฟิงไม่เชื่อ เขาเคยเจรจากับนักธุรกิจที่ซ่อนมีดไว้ใต้รอยยิ้มมานับไม่ถ้วน สตรีตรงหน้าแม้ดูบอบบาง ทว่าสายตากลับนิ่งสงบเกินไป นิ่งเหมือนคนที่เคยเห็นความตายมาแล้วหลายครั้ง เขาถามเสียงต่ำ “เมื่อครู่เจ้าพูดกับใคร” กู้ฉิงอวิ๋นเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาดำขลับของนางสะท้อนแสงโคมวูบไหว คล้ายบ่อน้ำลึกที่มองไม่เห็นก้น นางไม่ตอบทันที กลับถามเขากลับเสียงเบา “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง เห็นว่าตกน้ำ” ลมหยุดพัดไปชั่วขณะ เซียวเฉิงเฟิงนิ่งงัน สาวใช้ที่คุกเข่าอยู่นึกสงสัยว่าหญิงโง่ทำไมถึงรู้เรื่องราวดีขนาดนี้ แต่นางกลับไม่กล้าเงยหน้า “ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว คืนนี้ดึกแล้ว เจ้าเจ็บอยู่ กลับไปพักก่อน” ในลานหลังเรือนอันเย็นเยียบแห่งนี้ นางก็หมุนตัวเดินเข้าห้องอย่างช้า ๆ ชายกระโปรงสีขาวเก่าลากผ่านพื้นหิน เห็นชัดว่านางยังเจ็บ แต่แผ่นหลังกลับยืดตรง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย เซียวเฉิงเฟิงมองตามนางไป ก่อนที่ประตูห้องจะปิดสนิท เขาได้ยินเสียงนางเอ่ยเบามาก ราวกับพูดกับใครบางคนในความมืด “ข้ารู้แล้ว ต่อไปจะปกป้องตัวเอง ไม่ให้ใครรังแกอีก” ประตูปิดลง เซียวเฉิงเฟิงยืนนิ่งอยู่ในลานหลังเรือน ลมเย็นพัดผ่านชายเสื้อ เขาหลุบตาลงมองปลายนิ้วของตนเองที่ยังเหลือความเย็นจากมือของนาง ภรรยาโง่ที่ทั้งจวนดูถูก สตรีที่ถูกผลักล้มแล้วยังไม่ร้องไห้ สตรีที่พูดกับความว่างเปล่า เซียวเฉิงเฟิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย โลกใหม่นี้ดูเหมือนจะตื่นเต้นกว่าที่คิด แต่ก็น่าสนใจกว่าที่คิดเช่นกัน ในจวนตระกูลเซียวแห่งนี้ ทุกคนคิดว่าเขาเป็นคนโง่ที่เพิ่งรอดตาย ทุกคนคิดว่านางเป็นฮูหยินโง่ที่ถูกรังแกได้ตามใจ แต่ค่ำคืนนี้ เซียวเฉิงเฟิงรู้แล้วว่าต่อจากนี้ไป เขาจะปกป้องนางเอง เขาอยากปกป้องนางอย่างที่สุด ไม่ใช่เพราะนางเป็นภรรยาของเขา แต่เพราะนางมีชะตากรรมไม่ต่างจากเขา อย่างน้อยในจวนนรกแห่งนี้ ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง ค่ำคืนในจวนตระกูลเซียวเงียบงัน แสงจันทร์สีเงินทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เข้ามาเป็นแนวยาวบนพื้นห้อง เรือนหลังเล็กที่ถูกคนทั้งจวนเรียกว่าเรือนคนโง่ เงียบเสียจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจบนเตียงไม้เก่า ๆ เซียวเฉิงเฟิงนอนนิ่ง หลับตาสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอราวกับกำลังหลับลึก แต่ความจริง เขาไม่ได้หลับหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนในลานหลังเรือน ความสนใจทั้งหมดของเขากลับไม่ได้อยู่กับคนที่ผลักเจ้าของร่างเดิมตกน้ำอีกต่อไป แต่กลับอยู่ที่ภรรยาของเขา กู้ฉิงอวิ๋น หญิงที่คนทั้งจวนเรียกว่าฮูหยินโง่ คืนนี้เขาจึงตั้งใจแกล้งหลับ เพื่อดูว่านางกำลังซ่อนอะไรไว้อยู่กันแน่ ภายในห้องเงียบสนิท ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงผ้าไหมเสียดสีกันเบา ๆ ก็ดังขึ้นเซียวเฉิงเฟิงยังคงนอนนิ่ง ผ่านแนวขนตา เขาเห็นร่างบางลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ กู้ฉิงอวิ๋นเดินไปยังโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง นางไม่ได้จุดโคมเพิ่ม ไม่ได้ทำเสียงแม้แต่น้อย แต่กลับหยิบธูปสามดอกออกมาจากลิ้นชักอย่างชำนาญเปลวไฟเล็ก ๆ จากหินเหล็กไฟสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ กลิ่นธูปหอมอ่อน ๆ ลอยอบอวลไปทั่วห้อง เซียวเฉิงเฟิงขมวดคิ้ว หญิงที่ทั้งวันถูกคนรังแกจนแทบยืนไม่ไหว กลับลุกขึ้นมาทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ธรรมดาจริง ๆ กู้ฉิงอวิ๋นปักธูปลงในกระถางดิน ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ออกมาได้แล้ว” ทันใดนั้น ลมเย็นพัดวูบเข้ามาในห้อง เปลวเทียนสั่นไหว อุณหภูมิรอบตัวลดลงอย่างประหลาด ปลายนิ้วของเขากลับเย็นเฉียบ เงาสีขาวโปร่งใสค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าโต๊ะ เป็นหญิงสาววัยราวสิบเจ็ดปี ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาแดงช้ำ ชุดสาวใช้เก่า ๆ เปื้อนเลือดแห้งกรังนางคือเสี่ยวชุ่ย “ฮูหยินน้อย” เสียงของนางเบาราวกับดังมาจากก้นบ่อน้ำ แต่กู้ฉิงอวิ๋นกลับหาวเบา ๆ ก่อนหยิบกาน้ำชาขึ้นรินให้ตัวเอง “ถ้าจะโผล่มาหาข้ารอบหน้า” นางจิบชาอย่างสบายอารมณ์ “ช่วยโผล่ดี ๆ หน่อย” เสี่ยวชุ่ยกะพริบตา “เจ้าคะ?” กู้ฉิงอวิ๋นถอนหายใจ “เมื่อคืนเจ้าดันโผล่จากใต้เตียง ข้าเกือบเตะเจ้าไปอีกรอบ” “…” เซียวเฉิงเฟิงเกือบหลุดหัวเราะหญิงผู้นี้ คุยกับผีเหมือนคุยกับเด็กข้างบ้าน กู้ฉิงอวิ๋นยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนถามตรงประเด็น “ว่ามา บัญชีลับอยู่ที่ใด” เสี่ยวชุ่ยรีบตอบทันที “เรือนตะวันออกเจ้าค่ะ ใต้ชั้นหนังสือช่องล่างสุด” “คนที่ยักยอกเงิน?” “ชุนเหมยเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของวิญญาณเริ่มสั่น “ข้าจับได้ว่านางขโมยเงิน นางเลยผลักข้าตกบ่อน้ำ” น้ำตาเลือดค่อย ๆ ไหลลงมาจากดวงตาของเสี่ยวชุ่ย ห้องทั้งห้องเงียบลง เซียวเฉิงเฟิงที่แกล้งหลับอยู่หรี่ตาลงเล็กน้อย นางไม่ได้เพียงเห็นผี แต่นางกำลังสืบเรื่องในจวน กู้ฉิงอวิ๋นถอนหายใจเบา ๆ “ร้องไห้พอหรือยัง” เสี่ยวชุ่ยสะอื้น “พอ…พอแล้วเจ้าค่ะ…” “ดี” นางยกถ้วยชาขึ้นอีกครั้ง “พรุ่งนี้ข้าจะทวงความยุติธรรมให้เจ้า” วิญญาณสาวใช้เบิกตากว้าง “จริงหรือเจ้าคะ!” “อืม...” กู้ฉิงอวิ๋นพยักหน้า ก่อนหันกลับมามองเตียง ดวงตาคู่งามหรี่ลงเล็กน้อย “ส่วนคนบางคน” ริมฝีปากของนางยกขึ้นน้อย ๆ “แกล้งหลับไม่เนียนเลย” เซียวเฉิงเฟิงนิ่ง แต่ยังไม่ขยับ กู้ฉิงอวิ๋นมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ในใจอดคิดไม่ได้ คนผู้นี้เปลี่ยนไปจริง ๆ สายตา ท่าทาง วิธีเดิน แม้แต่วิธีมองคน ไม่เหลือเค้าของเซียวเฉิงเฟิงคนเดิมแม้แต่น้อย แต่นางไม่มีเวลาสนใจเรื่องนั้น ตอนนี้บัญชีลับสำคัญกว่า ถ้าช้าแม้เพียงวันเดียว หลักฐานอาจหายไป กู้ฉิงอวิ๋นหันกลับไปมองเสี่ยวชุ่ย “คืนนี้พอแค่นี้ ไปหลอกคนอื่นเล่นได้แล้ว” เสี่ยวชุ่ยพยักหน้ารัว ๆ ก่อนอุทานออกมา “ไม่ ฮูหยินข้าไม่ใช่ผีชั่วร้ายเช่นนั้น ถึงจะไปหลอกคนอื่นเล่น” “ล้อเล้น” กู้ฉิงอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ “ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ” เสี่ยวชุ่ยกล่าวหา ก่อนหายวับไปพร้อมสายลมเย็น เซียวเฉิงเฟิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ภรรยาของเขา ทั้งตลก ทั้งฉลาด และอันตรายกว่าที่คิด คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงัน แต่ในจวนเซียว มีคนบางคนกำลังเดินเข้าสู่หายนะโดยไม่รู้ตัว เช้าวันต่อมา ลานอาหารของเรือนใหญ่ ชุนเหมยยืนกอดอก มองกู้ฉิงอวิ๋นด้วยสายตาดูถูก “ฮูหยินน้อย ชงชาแค่นี้ยังทำหกอีกหรือ” พูดจบ นางก็ผลักไหล่กู้ฉิงอวิ๋นเต็มแรง ปึก! หน้าผากของกู้ฉิงอวิ๋นกระแทกมุมโต๊ะไม้ เสียงดังจนคนทั้งลานสะดุ้ง
รายการตอน
ทั้งหมด 73 ตอน
/0/34082/coverbig.jpg)
/0/29202/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/27893/coverbig.jpg)
/0/4504/coverbig.jpg)
/0/5955/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/33445/coverbig.jpg)
/0/34532/coverbig.jpg)