ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 3 ชายที่ได้รับบาดเจ็บ

หลังจากซงยุ่นยุ่นตอบรับไปแล้ว เธอก็วางสายโทรศัพท์ และนั่งแท็กซี่ไปยังสถานที่นั้นทันที “อื้ม” ซงยุ่นยุ่นขานรับ

“อย่าบอกเรื่องนี้กับใครนะ แล้วก็ไม่ต้องถามมากด้วย คุณแค่รักษาเขาก็พอ” ทางนั้นพูดกำชับ

“ฉันเข้าใจแล้วหน่า”

ที่นี่คือหมูบ้านระดับไฮเอนด์ที่มีการรักษาความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวขั้นสูง

เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาขวางเธอ เธอจึงบอกไปว่ามาหาคุณฮั่ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงทำการโทรศัพท์ไปเพื่อเช็คให้มั่นใจ แล้วถึงได้ปล่อยให้เธอเข้าไป

เมื่อเจอบ้านเลขที่ 306 แล้วเธอก็ทำการกดกริ่ง

ไม่นานประตูก็เปิดออก

เมื่อฮั่วซวินเห็นว่าคนที่มาไม่ใช่เซินจือเฉียน เขาก็ขมวดคิ้ว “คุณคือ.......”

ซงยุ่นยุ่นรู้มาจากเซินจือเฉียนก่อนหน้านี้แล้วว่า ผู้ป่วยรายนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก ตัวเธอเองก็ไม่ได้อยากจะมีปัญหาเพราะเรื่องนี้อยู่แล้ว เธอจึงสวมหน้ากากอนามัยไว้

“หมอเซินบอกให้ฉันมาที่นี่ค่ะ”

ฮั่วซวินชำเลืองมองกล่องยาในมือของเธอ และพูดว่า “คุณรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงบ้าง?”

“รู้ค่ะ หมอเซินบอกฉันทุกอย่างแล้ว ฉันจะไม่พูดอะไรให้มากความ”

ฮั่วซวินคิดว่าเซินจือเฉียนไม่น่าจะเรียกใครมามั่ว ๆ เขาจึงยอมปล่อยให้เธอเข้าไป

เขาพาซงยุ่นยุ่นเดินผ่านห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ไปที่ชั้นสอง แล้วก็เดินไปที่ห้องนอน

ในห้องไม่ได้เปิดไฟไว้ เธอจึงพูดขึ้นมาว่า “มืดขนาดนี้แล้วฉันจะรักษายังไงล่ะคะ?”

เมื่อเจียงเย่าจิ่งได้ยินเสียงผู้หญิง เขาก็ดึงเสื้อคลุมที่โยนเอาไว้ด้านข้างขึ้นมาปิดหน้า แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “เปิดไฟ”

ฮั่วซวินถึงได้ทำการเปิดไฟ

แล้วห้องก็สว่างขึ้นมาทันที

ซงยุ่นยุ่นรู้สึกค่อนข้างคุ้นเคยกับเสียงนี้ แต่เธอไม่ได้อยากจะรู้อะไรขนาดนั้น เธอเห็นชายคนนั้นกำลังนอนอยู่บนเตียง เลือดบนเสื้อเชิ้ตสีขาวเหือดแห้งไปแล้ว จนเลือดกลายเป็นสีแดงดำ

เธอไม่ได้พิจารณาอะไรมาก เธอมาที่นี่แค่รักษาเขาเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่า อีกฝ่ายไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ตัวตนของเขา ดังนั้นเธอก็ควรจะรู้แค่ที่ตัวเองควรจะรู้ก็พอ

เธอวางกล่องยาลงบนโต๊ะ และเปิดออก จากนั้นก็หยิบกรรไกรแพทย์ออกมาตัดผ้าบริเวณบาดแผล

จากนั้นเธอก็ได้เห็นบาดแผลที่ใช้ผ้าก๊อซแปะเอาไว้แบบง่าย ๆ หลังจากตัดผ้าก๊อซออก เธอก็เห็นว่ามีบาดแผลถูกแทงสองแห่งทางด้านขวาของช่องท้อง

เธอวางกรรไกรลง ทำความสะอาดบาดแผลอย่างคุ้นเคย

การเคลื่อนไหวของเธอนิ่ง และรวดเร็วมาก

“คุณแพ้ยาชาไหม?” เธอถาม

หลังจากตรวจสอบแล้ว บาดแผลไม่ลึก ไม่ได้บาดเจ็บถึงภายใน แต่ก็ยังต้องเย็บแผลอยู่ดี

เพราะเหตุนี้จึงจำเป็นต้องใช้ยาชาเฉพาะที่

น้ำเสียงของเธอเย็นชามาก แตกต่างจากตอนที่ตื่นตระหนกเมื่อคืนนี้อย่างสิ้นเชิง

ดังนั้นแม้ว่าจะได้ยินเสียงของเธอ แต่เจียงเย่าจิ่งก็ไม่ได้รู้สึกตะหงิดใจแต่อย่างใด

ในใจรู้สึกมั่นใจในทักษะทางการแพทย์ของเธอ คิดว่าทุกอย่างต้องผ่านไปได้อย่างราบรื่น เขาจึงพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “ไม่แพ้”

ซงยุ่นยุ่นทำการผสมยา แล้วก็ฉีดยาชาไปบริเวณที่ต้องการเย็บ

หลังจากผ่านไปสองนาที ยาก็ออกฤทธิ์ จากนั้นเธอก็เริ่มเย็บแผลทันที

ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการดำเนินการทุกอย่างจนเสร็จสิ้น

เรียกได้ว่ารวดเร็วมาก

มือของเธอมีรอยเปื้อนเลือดอยู่ “ฉันขอไปห้องน้ำหน่อยสิ”

“มีข้างล่างครับ เชิญครับ” ฮั่วซวินกล่าว

เธอจึงเดินออกไป

หลังจากแน่ใจแล้วว่าเธออยู่ชั้นล่าง ฮั่วซวินก็ปิดประตู และเดินเข้าไป

“ผมตรวจสอบมาเรียบร้อยแล้วครับ พวกเมื่อคืนเป็นคนของมู่ฉินส่งมา อาจเป็นเพราะคุณกำจัดไส้ศึกทั้งหมดที่อยู่ในบริษัทไป เธอก็เลยจนตรอก อยากจะฆ่าคุณ”

เจียงเย่าจิ่งลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งไปหมด แต่ร่างกายที่อยู่ในอาการป่วย และควรจะอ่อนแอของเขา กลับปล่อยรังสีอำมหิตออกมาได้อย่างน่าตกใจ

เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาก็ดำเข้มราวกับสระน้ำลึก “การมาของผู้หญิงคนนั้น มีอะไรไปเกี่ยวข้องกับเธอรึเปล่า?”

ฮั่วซวินเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นมาเบา ๆ ว่า “ใช่ครับ ผมไปสืบมาแล้วพบว่า เธอเคยติดต่อกับซงลี่เฉิง แต่เรื่องนี้ก็น่าแปลกนะครับ ซงลี่เฉิงระบุมาเลยว่าการแต่งงานครั้งนี้จะต้องเป็นคุณ ไม่ใช่เจียงเย่าเทียน แสดงว่าเธอจะต้องเล่นแง่อะไรบางอย่างอย่างแน่นอน”

“เธอให้ของขวัญชิ้นใหญ่แก่ฉันมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ฉันยังไม่เคยตอบแทนอะไรเธอคืนเลย แบบนี้มันเหมือนกับฉันไม่มีมารยาทเลยนะ” พอเขาไปต่างประเทศเพื่อทำธุระบางอย่าง ใครบางคนก็ฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง

หน้าตาของเขาดูเฉยเมยมาก แต่มันก็ยังไม่สามารถปกปิดความเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่ในแววตาของเขาไว้ได้ “ฉันได้ยินมาว่า เจียงเย่าเทียนเปิดสถานบันเทิงแห่งหนึ่งชื่อ ‘เม่ย’ อยู่ที่ถนนแคฟเวิร์น”

ฮั่วซวินเข้าใจในทันที “เมื่อบริษัทไม่มีสถานที่สำหรับพวกเขาแล้ว พวกเขาจึงต้องอาศัยสถานบันเทิงแห่งนั้นเพื่อหารายได้ หากไปสกัดพวกเขาไว้ได้ อนาคตหลังจากนี้ชีวิตของพวกเขาคงจะลำบากน่าดู”

“ไปจัดการไป” เจียงเย่าจิ่งพูดขึ้นมาเบา ๆ

ตอนที่ฮั่วซวินเดินลงมาชั้นล่าง ซงยุ่นยุ่นก็กำลังจะขึ้นไปชั้นบนพอดี

ฮั่วซวินรู้ว่าเซินจือเฉียนจะต้องกำชับเธอเอาไว้แล้วแน่ ๆ แต่เขาก็ยังเตือนสติ และกำชับเธอขึ้นอีกครั้งว่า “หากเรื่องในวันนี้ถูกเผยแพร่ออกไป คุณจะต้องตายอย่างน่าอนารถมากแน่นอน”

หากเรื่องที่เจียงเย่าจิ่งได้รับบาดเจ็บถูกลือไปถึงหูของสองแม่ลูกอย่างมู่ฉิน และเจียงเย่าเทียน พวกเขาจะต้องฉวยโอกาสตอนนี้สร้างปัญหาอะไรขึ้นมาแน่นอน

“ฉันเข้าใจ” ซงยุ่นยุ่นก้มหน้าลง “เอากล่องยาแล้วฉันก็จะไป”

เมื่อเธอขึ้นไปชั้นบนก็เห็นชายคนนั้นกำลังหันหลังให้ประตูอยู่ เสื้อเชิ้ตที่เปื้อนเลือดบนตัวของเขาถูกถอดออกแล้ว แผ่นหลังของเขาทั้งบางและกว้าง เอวของเขาแคบมาก ไม่มีไขมันใด ๆ เชื่อมต่อกับแนวสะโพกที่กระชับจนเห็นเส้นโค้งเว้า หุ่นเฟิร์มรูปร่างสูง ให้ความรู้สึกดูมีอำนาจเล็กน้อย

“ยังไม่ไปอีกเหรอ?” ชายคนนั้นไม่หันกลับมามอง แต่ดูเหมือนเขาจะรับรู้ได้ถึงสายตาที่กำลังจ้องมองอยู่ของเธอ ในน้ำเสียงที่เหนื่อยล้ามีความเย้ยหยันปนอยู่

ซงยุ่นยุ่นรีบก้มหัวลง เมื่อกี้นี้เธอมองจนสติหลุดไปเลย

เธอก้มหน้าหลบสายตา แล้วก็เดินไปเก็บกล่องยา แต่ยังไม่ลืมหน้าที่ความเป็นหมอของตัวเอง เธอพูดกำชับขึ้นมาว่า “อย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำนะคะ ต้องล้างแผลวันละครั้ง พยายามใส่เสื้อที่โปร่ง ๆ อย่าให้เสื้อไปถูแผลได้”

เธอเอายาวางเอาไว้ “นี่คือยากิน ส่วนนี่คือยาสำหรับใช้ภายนอกค่ะ”

เจียงเย่าจิ่งยังคงไม่ได้หันหน้ากลับมา เขาเพียงแค่ตอบกลับมาว่าอืมเบา ๆ

ส่วนซ่งหยุนหยุนก็ไม่ได้พูดอะไรมาก

จากนั้นเธอก็เดินถือกล่องยาออกไปทันที

เธอนั่งแท็กซี่กลับไปที่โรงพยาบาล ตอนนี้เกือบจะสิบเอ็ดโมงแล้ว เธอไปที่โรงอาหารของโรงพยาบาลเพื่อหาอะไรกินนิดหน่อย ซึ่งพอเธอกลับไปที่แผนก ผู้อำนวยการก็เรียกเธอไปที่ห้องทำงานของเขา

“เรื่องที่จะไปฝึกงานที่โรงพยาบาลกองทหารภาคสอง เดี๋ยวผมจะให้เฉินเวินเหยียนไปนะ” คณบดีดูจริงจัง และดูเหมือนจะมีอะไรปิดบัง

ตอนนี้มีเนื้อหาให้อ่านเพียงเท่านี้

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 450 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1 ทำเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิต
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2 รู้สึกผิดต่อสามีหมาด ๆ
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3 ชายที่ได้รับบาดเจ็บ

ผลงานใหม่