ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 3 เจ็ดปีให้หลัง กับการกลับมาพบกันอีกครั้ง

ระหว่างทาง จ่านโป๋พูดเรื่องตลก ๆ เเถมยังหัวเราะอยู่ตลอดเวลาด้วย มันทำให้เฉี่ยนซีรู้สึกสบายใจขึ้น ก่อนกลับบ้าน เฉี่ยนซีได้สมัครงานไว้อยู่ก่อนเเล้ว เเละบริษัทที่เธอกำลังจะเข้าไปทำงานก็ได้จัดหาที่พักไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้วด้วย จ่านโป๋จึงมารับเฉี่ยนซีกับซีเจ๋ที่สนามบิน เเล้วพาพวกเขาไปส่งยังที่พักนั่น ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพาสองแม่ลูกแวะไปซื้อของใช้ที่จำเป็นที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกด้วย ในขณะที่พวกเขากำลังเดินซื้อของอยู่นั้น จ่านโป๋ก็มองไปที่เฉี่ยนซีด้วยสายตาที่มีนัย พร้อมกล่าวกับเธอว่า

“เฉี่ยนซี เธอรู้อะไรไหม ผมเคยบอกเธอไว้ว่า ตราบใดที่ผมยังทำงานอยู่ที่ฟาง กรุ๊ป ผมสามารถฝากเธอให้เข้าทำงานที่นั่นได้ง่าย ๆ เลย ฉันล่ะ ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมเธอถึงต้องไปสมัครงานที่กู้ซื่อ กรุ๊ปด้วย เธอไม่รู้หรอว่า กู้เจ๋อข่าย ท่านประธานของกู้ซื่อ กรุ๊ปนั้น น่ากลัวจะตาย” จ่านโป๋กล่าวทีเล่นทีจริง

“ไม่เอาน่า! ถ้าฉันทำอย่างนั้น นายคงใช้ฉันเป็นไม้กันหมาจนคุ้มพอดี”

เฉี่ยนซีล้อเล่นด้วยรอยยิ้มขณะที่เธอเข็นรถเข็นช็อปปิ้งไปตามทางเดิน

“อีกอย่าง นี่ก็ถึงเวลาที่นายควรจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนได้แล้วนะ ฉันเป็นไม้กันหมาให้นายจนเหนื่อยแล้ว” เธอกล่าวต่อ

‘ก็ถ้าเธอเหนื่อยที่จะเป็นแฟนปลอม ๆ ของผมแล้ว เธอมาเป็นแฟนตัวจริงของผมแทนดีไหมล่ะ…’

จ่านโป๋ได้แต่กล่าวคำพูดนั้นในใจ เขาไม่มีความกล้ามากพอที่จะบอกความจริงกับเฉี่ยนซีว่า เขารู้สึกกับเธออย่างไร และเขาก็เกลียดตัวเองที่เอาแต่ขี้ขลาดอยู่แบบนี้ พอคิดได้ดังนั้น จ่านโป๋ก็ยิ้มให้กับตัวเองอย่างขมขื่น แล้วรีบเดินตามเฉี่ยนซีไป

หลังจากที่พวกเขามาถึงบ้านหลังใหม่ เฉี่ยนซีและซีเจ๋ต่างก็รู้สึกอ่อนล้าจากการเดินทาง ดังนั้นพวกเขาจึงรีบเข้านอนทันที เช้าวันรุ่งขึ้น เฉี่ยนซีได้ติดต่อไปยังครูใหญ่ของโรงเรียนแห่งใหม่ของซีเจ๋ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าพวกเขามาถึงแล้ว ครูใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงยินดีว่า อีกเดี๋ยวจะมีคุณครูคนหนึ่งจากโรงเรียนของพวกเขาแวะมารับซีเจ๋ที่บ้าน เมื่อพวกเขาทราบว่า กำลังจะมีเด็กที่มีความสามารถเช่นนี้เข้าเรียนที่โรงเรียน พวกเขาก็ยิ้มอย่างมีความสุข

เฉี่ยนซีรู้สึกกังวลเล็กน้อยว่า ลูกชายของเธอจะเข้ากับโรงเรียนใหม่ได้หรือไม่ แต่ถึงยังไงเขาก็มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่เกินอายุของเขาไปมาก เขาช่วยเฉี่ยนซีจัดกระเป๋า พร้อมกล่าวกับเธอว่า

“แม่ครับ แทนที่แม่จะมัวแต่เป็นห่วงผม แม่ห่วงตัวเองดีกว่านะครับ วันนี้เป็นวันทำงานวันเเรกของเเม่ แม่ควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะผมไม่อยากอดตาย!”

“เจ้าเด็กดื้อ!”

ได้ยินดังนั้น เฉี่ยนซีก็หัวเราะเสียงดังแล้วจ้องมองไปที่เด็กชายตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเธออย่างเอ็นดู หลังจากที่รถโรงเรียนมารับซีเจ๋ไปเรียบร้อยแล้ว เฉี่ยนซีก็นั่งแท็กซี่ไปที่กู้ซื่อ กรุ๊ป เมื่อถึงที่นั่น เฉี่ยนซีก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นใจในว่า ประธานบริษัทผู้มีชื่อเสียงคนนี้มีรสนิยมที่ดีเหลือเกิน เพราะพื้นทั้งหมดของชั้นล๊อบบี้ทำด้วยกระจก เเม้ว่าจะดูเรียบง่ายแต่ดูสง่างามมาก แต่ติดอยู่ที่ปัญหาเดียวเท่านั้น…

‘ฉันจะเดินบนพื้นนี่ได้ยังไง ! ?’

เฉี่ยนซีคิดพร้อมก้มมองรองเท้าส้นสูงแปดซม. ที่เธอสวมอยู่อย่างช่วยไม่ได้ เธอแอบชื่นชมสาว ๆ ทั้งหลายตรงหน้าเธอ ที่กำลังเดินอยู่บนพื้นกระจกนั้นอย่างรวดเร็วราวกับบินได้ เธอจึงกัดฟันแน่นและพยายามก้าวไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น แต่ขณะที่เท้าของเธอเหยียบลงไปได้เพียงก้าวเดียว เธอก็รู้สึกทันทีว่า ตัวเองกำลังจะลื่นลงไปที่พื้นกระจกนั่น

‘บ้าชะมัด! ต้องเกิดสิ่งนี้ขึ้นกับฉันในวันทำงานวันเเรกของฉันจริง ๆ หรอ !?’

แต่ถึงจะคิดได้ดังนั้น มันก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเธอกำลังจะหงายหลังลงไปนอนที่พื้น เฉี่ยนซีหลับตาแน่นและเตรียมพร้อมที่จะลงไปกระแทกกับพื้น แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา ก็มีแขนอันแข็งแกร่งคู่หนึ่งเข้ามาดึงตัวเธอเอาไว้ได้ทัน

เฉี่ยนซีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เธอรู้สึกว่า เธอคุ้น ๆ ชายหนุ่มคนนี้ที่ช่วยเธอไว้…

ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นใบหน้าที่สุขุมและเย็นชาของเขา ซึ่งดูสมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้นที่ถูกแกะสลักโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญการ ขณะที่เธอพยายามนึกให้ออกว่า เธอเคยเจอผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อน เขาก็ค่อย ๆ ปล่อยเธอออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างช้า ๆ เมื่อชายหนุ่มเห็นว่า เธอกำลังเธอจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างจริงจัง เขาจึงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกล่าวกับเธอว่า

“คุณจะจ้องผมอีกนานมั้ย”

‘เอ๊ะ! ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!’ เฉี่ยนซีงุนงงกับตัวเอง ว่าเธอทำแบบนั้นทำไม เธอเรียกสติกลับคืนมา ยืดตัวตรง จัดเสื้อผ้าของเธอให้เข้าที่ และส่งยิ้มให้เขาอย่างสง่างาม

“ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้นะคะ”

‘หึ… ผู้หญิงคนนี้ตั้งสติได้เร็วมาก’

เขาคิดในใจพร้อมกับหรี่ตาลง เขารู้สึกเหมือนว่า เขาเคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อน เขาขมวดคิ้วแล้วหันไปหาผู้ช่วยของเขา

“เธอเป็นใคร?”

เขาถามผู้ช่วยคนนั้น

ด้วยเสียงเบา ๆ “คุณเจ๋อข่ายครับ นี่คือคุณนิ่งเฉี่ยนซีครับ เธอ เพิ่งจบปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยแมนฮัตตัน เมื่อเดือนที่เเล้ว เธอเป็นผู้อำนวยการที่ได้รับการว่าจ้างมาจากต่างประเทศครับ”

คำอธิบายของผู้ช่วยทำให้ทั้งสองคนแสดงความประหลาดใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด เจ๋อข่ายเลิกคิ้วของเขาขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่เฉี่ยนซีเกือบจะอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

เธอคิดไม่ถึงเลยว่า มันจะเกิดเรื่องน่าอายเเบบนี้ ต่อหน้ากู้เจ๋อข่าย นักธุรกิจในตำนานตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่

เมื่อนึกถึงสิ่งที่ลูกชายพูดกับเธอเมื่อเช้านี้ เธอก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากจนเกือบจะร้องไห้ออกมา ‘ซีเจ๋ลูกรัก ดูเหมือนว่าแม่จะรักษางานนี้ไว้ไม่ได้เเล้ว!’

ตามที่คาดไว้ เจ๋อข่ายมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยท่าทางเยาะเย้ย

“ผู้อำนวยการงั้นหรอ” เขาพูดด้วยท่าทีเฉยเมย

แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เฉี่ยนซีดูออกว่า เขากำลังดูถูกเธออยู่ เฉี่ยนซีกัดฟันของเธอแน่น แล้วเอ่ยกับเขาว่า “ฉันพิสูจน์ได้ว่า ฉันคู่ควรกับงานนี้ คุณเจ๋อข่ายคะ

ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ฉันทราบดีว่า ความซุ่มซ่ามของฉันคงทำให้คุณรู้สึกไม่ประทับใจทันทีที่คุณพบฉัน แต่ฉันเชื่อว่า คุณเป็นคนมีเหตุมีผลมากพอที่จะแยกแยะว่าอะไรเป็นอะไร ฉันไม่คิดว่า การที่ฉันก้าวเข้ามาทำงานที่ที่นี่ในวันแรกจะทำให้เห็นถึงหลักจรรยาบรรณในการทำงานของฉันได้มากเท่าไหร่นักหรอกนะคะ”

‘ผู้หญิงคนนี้ช่างพูดซะจริง!’ เจ๋อข่ายคิด แล้วยักไหล่อย่างไม่แคร์อะไร

“ผมหวังว่า คุณจะทำได้อย่างที่พูดนะ”

หลังจากพูดทิ้งท้ายเอาไว้เเล้ว เจ๋อข่ายก็เดินเข้าไปในบริษัทโดยไม่หันกลับมามองเธออีกเลย เฉี่ยนซีรู้สึกประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งที่เขาไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น จากนั้นเฉี่ยนซีจึงเดินบนพื้นกระจกด้วยความระมัดระวัง และก้าวเข้าไปข้างในบริษัทด้วยความมั่นใจ

เธอไม่รู้ว่า ทำไมทันทีที่เธอเจอเจ๋อข่าย หัวใจของเธอถึงเต้นเร็วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เธอรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็เหมือนจะคุ้นเคย แต่เนื่องจากเธอเป็นผู้อำนวยการ จึงมีงานมากมายที่กำลังรอเธออยู่ ดังนั้นเวลาทั้งหมดของเธอจึงมีเพียงการทุ่มเทให้กับการทำรายงานและการทำสัญญาทางธุรกิจเท่านั้น ตอนนี้เธอไม่มีเวลาที่จะคิดอะไรนอกจากนี้อีกแล้ว

แม้ว่าเฉี่ยนซีจะเป็นคนที่ชอบยึดความคิดเป็นของตัวเองเป็นหลัก แต่เธอก็มีวิธีที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้ลุล่วงไปได้อย่างเเน่นอน ในเช้าวันเดียวกัน เธอศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจทั้งหมดของแผนกการตลาดที่เธอรับผิดชอบได้อย่างชัดเจนและละเอียดถี่ถ้วน เธอเรียกประชุมพนักงานทุกคน และทำให้พวกเขาประทับใจในตัวเธอได้ ไม่นาน ทุกคนในบริษัทก็รู้เรื่องของผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดคนใหม่ที่ทั้งสวยและเก่งกาจ

ด้วยวิธีนี้ เฉี่ยนซีจึงได้รับความเคารพและมีที่ยืนอย่างมั่นคงในบริษัทนี้ เธอโชคดีมากที่ได้รับงานใหญ่หลังจากที่เธอเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน เธอมีความแน่วแน่ในการทำธุรกิจ และประสบความสำเร็จในการคว้ารางวัลใหญ่ตั้งแต่เดือนแรกที่เธอเข้ามาทำงาน ซึ่งนั่นทำให้ทุกคนในบริษัทต่างพากันชื่นชมเธอ แม้แต่เจ๋อข่ายเองก็ยังประทับใจในตัวเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ๋อข่ายจองโรงแรมเพื่อจัดงานเลี้ยงบริษัทเพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ

ท่ามกลางความหรูหราของงานฉลองความสำเร็จ และคำชมเชยจากคนอื่น ๆ กลับทำให้เฉี่ยนซีรู้สึกหดหู่เล็กน้อย

เพราะเมื่อนานมาแล้ว ตอนที่พ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่ บริษัทของเขาก็เคยเจริญรุ่งเรืองแบบนี้ ในเวลานั้น เฉี่ยนซีในฐานะลูกสาวคนโตของตระกูลนิ่งมักพูดคุยด้วยรอยยิ้มกับผู้คนมากมาย เธอต้องออกงานสังคม เหมือนกับที่เธอทำอยู่ตอนนี้ แทนที่พ่อของเธอจะอยู่ข้าง ๆ เธอ เเต่กลับเป็นเจ๋อข่ายที่อยู่ข้าง ๆ เธอแทน

หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ วงดนตรีที่อยู่ในห้องจัดงานก็เริ่มบรรเลงเพลงขึ้น เหล่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต่างพากันเต้นรำอยู่บนฟลอร์ เมื่อเห็นสิ่งนี้ เฉี่ยนซีก็ยกมือขึ้นลูบขมับของเธอที่กำลังปวดตุ้บ ๆ พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ

ทุกคนดูตื่นเต้นกับงานเลี้ยงฉลองครั้งนี้มาก เฉี่ยนซียังต้องคงความกระตือรือร้นของเธอเอาไว้ เพราะงานเลี้ยงนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เธอโดยเฉพาะ เธอแอบชำเลืองมองเจ๋อข่ายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้านิ่งเฉย จากนั้นเธอก็หายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง พร้อมกับยื่นมือออกไปข้างหน้า แล้วเอ่ยชวนเขาว่า “คุณเจ๋อข่ายคะ เต้นรำกับฉันไหมคะ

ตอนนี้มีเนื้อหาให้อ่านเพียงเท่านี้

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 610 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1 ชายแปลกหน้าผู้หล่อเหลา
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2 กลับมาพร้อมกับลูกชาย
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3 เจ็ดปีให้หลัง กับการกลับมาพบกันอีกครั้ง

ผลงานใหม่