/0/10539/coverbig.jpg)
บทที่ 2 เรื่องอะไรจะยอมรับ
สองอาทิตย์ผ่านไป นกยักษ์จากประเทศแซนเธียร่าทะยานขึ้นสู่น่านฟ้าผ่านผืนทรายอาหรับที่แสนกว้างใหญ่ไพศาลมุ่งสู่ประเทศไทย ดินแดนศิวิไลหรือสยามเมืองยิ้ม ที่ชีคเรฮานย์ เอิร์ธราอิด อันโอมาน เดินทางมาเพื่อร่วมงานฉลองพิธีมงคลสมรสของลูกสาวของลูกน้องคนสำคัญคนหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ ‘สิงห์แห่งทะเลทรายอาหรับ’ เดินทางมาเมืองไทย และชีคหนุ่มมิได้มาเพื่อจุดประสงค์เดียว เขายังมีจุดประสงค์หลักที่สำคัญมากต้องรีบจัดการโดยด่วนที่สุด
ร่างสูงเกินหกฟุตในชุดสูทสีทรายสีเดียวกับดวงตาของเขา เดินเข้ามาในห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมห้าดาวชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดสูทสีน้ำตาลเข้มสองนายเดินตามมาอารักขาเจ้านายเป็นเงาตามตัว
ใบหน้าคมคร้ามหล่อเข้มที่มีแว่นตาสีชากรอบหนาพรางสายตาคู่คมสีทราย บวกกับบุคลิกที่โดดเด่นดูดีมีสง่า พร้อมกับที่บิดาของเจ้าสาวที่เดินเข้ามาทักทายอย่างให้เกียรติ ทำให้แขกเหรื่อเกือบทุกคนในงานหันมามองหนุ่มนิรนามที่เพิ่งก้าวเข้ามาจับมือทักทายนายเรืองเดชซึ่งเป็นบิดาของเจ้าสาวเป็นจุดเดียว
“สวัสดีครับท่าน กระผมดีใจมากครับที่ท่านให้เกียรติมาในงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานของลูกสาวของกระผม ยัยรินคงดีใจมากถ้ารู้ว่าท่านมาในงานคืนนี้” นายเรืองเดชค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเมื่อจับมือทักทายผู้เป็นนายจ้าง เรฮานย์ยื่นมามาจับทักทายลูกจ้างคนสนิทพร้อมกับคลี่ยิ้มเล็กน้อยตามแบบฉบับท่านชีคแห่งแซนเธียร่า
“ไหนล่ะลูกสาวของคุณ” เสียงทุ้มน่าฟังเอ่ยถามบิดาของเจ้าของงานคืนนี้ยิ้มๆ ก่อนสายตาคมสีทรายจะไปสะดุดเข้ากับร่างระหงของเจ้าสาวแสนสวยที่เดินมาทางที่บิดาของเธอยืนอยู่ ก่อนจะค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเช่นเดียวกับบิดาเมื่อยื่นมือออกไปทักทายแขกคนพิเศษ โดยที่นายเรืองเดชยังไม่ทันที่จะตอบคำถามของชีคหนุ่ม
“สวัสดีค่ะท่าน ดิฉันรู้สึกดีใจมากค่ะที่ท่านมาในงานเลี้ยงฉลองของดิฉันกับพี่โจ้ในคืนนี้” รินลดาปล่อยมือออกจากแขกคนพิเศษของบิดา ก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้ร่างสูงสง่าตามแบบฉบับหนุ่มเชื้อสาวอาหรับตรงหน้า พอมองใบหน้าคมคร้ามของเจ้าของร่างสูงซึ่งเป็นถึงเจ้านายของบิดาในระยะใกล้ๆ รินลดาก็ยอมรับว่า เรฮานย์นายจ้างของบิดาเธอช่างหล่อเหลานัก ดูโดดเด่นและน่าเกรงขามจริงๆ เขาดูดีมีเสน่ห์และโดดเด่นสง่างามกว่าเจ้าบ่าวของเธอด้วยซ้ำไป
“ผมขอแสดงความยินดีกับคุณและคนรักของคุณด้วยนะ ขอให้ครองรักกันไปนานๆ” ร่างสูงกล่าวเสียงทุ้มพร้อมกับยิ้มรับเจ้าสาวแสนสวย
“ขอบคุณมากๆ ค่ะท่าน” รินลดากล่าวยิ้มๆ อย่างให้เกียรติ พลันสายตาคู่คมแสนเสน่ห์สีทรายก็สะดุดเข้ากับสร้อยเพชรที่มีดีไซน์เก่ไก๋งดงามแปลกตา เรฮานย์จึงอดไม่ได้ที่จะชื่นชมของสวยๆ งามๆ ตรงหน้า ตามประสาคนที่เป็นพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่แห่งรัฐดูไบ
“สร้อยเพชรของคุณสวยงามมาก”
รินลดายิ้มก่อนตอบว่า “ขอบคุณมากค่ะท่าน และต้องขอบคุณแทนพิซซ่าด้วยนะคะ ถ้าเพื่อนของดิฉันได้ยินที่ท่านชมผลงานการเธอ พิซซ่าคงจะดีใจมาก” คิ้วเข้มใต้แว่นตาสีชากรอบหนาย่นคิ้วดกดำเข้าหากันก่อนถาม
“พิซซ่า เป็นคนออกแบบสร้อยเพชรเส้นที่คุณสวมใส่นี้หรือ ใช่คนเดียวกับพิชญาดาราหรือเปล่า”
“ใช่ค่ะท่าน นั่นไงคะยัยพิซซ่า เพื่อนรักของดิฉันค่ะ” ร่างระหงในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์หันไปบุ้ยใบ้สายตาคู่สวยไปยังร่างเพรียวระหงของเพื่อนรักในชุดราตรีสีเขียวอมฟ้าคล้ายกับสีน้ำทะเลพลิ้วแนบลำตัวแต่ยาวกรอมเท้าดูสวยราวกับเทพธิดา ซึ่งกำลังยืนสนทนากับเพื่อนในงานอย่างเพลิดเพลินที่อยู่ห่างออกไปประมาณสิบกว่าก้าว
เมื่อสองอาทิตย์ก่อนเรฮานย์สืบรู้จนแน่ใจว่า พิชญาดาราแอบพาน้องสาวของเขามาหลบตัวซ่อนอยู่ในเมืองไทย แต่เพราะงานของเขายุ่งมากต้องรีบจัดการโดยด่วน แต่อาทิตย์ที่ผ่านมาชายหนุ่มก็ถูกเชิญให้มางานเลี้ยงฉลองการแต่งงานในค่ำคืนนี้ ชีคหนุ่มจึงตกปากรับคำลูกจ้างฝีมือดีของเขาทันที
เพราะตอนนี้งานของเขาไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ที่สำคัญเขาต้องการมาตามตัวน้องสาวกลับวังตามคำสั่งของพระบิดาพระมารดา และเพื่อตามมาลงโทษนักโทษสาวจอมหยิ่งที่บังอาจพาน้องสาวสุดที่รักของเขามาซ่อนตัวถึงต่างถิ่นในที่ที่แสนไกลหูไกลตาแบบนี้ หล่อนไม่รู้หรือไงว่า น้องสาวของเขาเป็นถึงเจ้าหญิงเป็นถึงเชื้อพระวงศ์
พิชญาดารา หรือ พิซซ่า ผู้หญิงที่เขาต้องการจะตามหาตัวหล่อนให้พบในเร็วๆ นี้ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอหญิงสาวได้รวดเกินคาดขนาดนี้ ช่างโชคดีจริงๆ ร่างสูงสง่ามองตามไปยังดีไซเนอร์สาวสวยในชุดราตรีสีน้ำฟ้าอมเขียวคล้ายสีของน้ำทะเลสุดเซ็กซี่นิ่งด้วยความรู้สึกยากที่จะเดาใจได้ เพราะแว่นตาอันใหญ่สีชาที่พรางดวงตาทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าชายหนุ่มรู้สึกเช่นไร
“ท่านครับ เชิญท่านทางนี้ดีกว่าครับ เดี๋ยวกระผมจะนำไป เชิญครับ”
นายเรืองเดชเอ่ยเชื้อเชิญแขกวีไอพี พร้อมกับเดินนำชีคหนุ่มไปยังโต๊ะสำหรับแขกคนพิเศษโดยเฉพาะ และขณะที่เดินตามเจ้าภาพเข้าไปยังด้านในงาน สายตาสีทรายก็หันไปมองใบหน้าสวยยั่วใจชายของสาวน้อยนัยน์ตาคมผมยาวสีดำสนิทที่ดกหนาเป็นเงาดุจแพรไหมอย่างไม่วางตา เขายังจดจำเธอได้ดี โดยเฉพาะรอยจุมพิตแสนหวานที่เขาเคยสัมผัสนั้นก็ไม่เคยลืม และรสชาติของมันยังติดอยู่ที่ริมฝีปากของเขาอยู่จนถึงวินาทีนี้
หล่อนดูสวยยั่วยวนใจเขาจริงๆ เรฮานย์คิดตามประสาชายโสดที่มักจะเป็นที่หมายปองของสาวสวยอยู่เสมอ ชีวิตหนุ่มที่ไม่เคยขาดผู้หญิงแนบข้าง ชีวิตท่านชีคที่ต้องการหญิงใดก็มักจะสมปรารถนา ปรายตาไปมองร่างเพรียวระหงโดดเด่นนั้นด้วยความรู้สึกพึงพอใจ เขาทั้งเจ็บใจทั้งปรารถนาอยากจะสั่งสอนหล่อน ที่บังอาจท้าทายอำนาจของเรฮานย์ คิดเหรอว่าเขาจะยอมปล่อยให้หล่อนทำผิดโดยไม่คิดลงโทษ
คอยดูนะ...มีโอกาสเหมาะๆ เมื่อไหร่ จะจับเหวี่ยงลงบนที่นอน แล้วสั่งสอนด้วยพิศวาสแทบขาดใจให้กับหล่อนสามวันสามคืนเอาแบบไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันกันเลยทีเดียว หากหล่อนยังคิดที่จะอวดเก่งกับเขาอีก
เรฮานย์นั่งลงพร้อมกับบอดี้การ์ดหน้าดุอีกสองคนที่นั่งขนาบข้าง โต๊ะเดียวกับบิดามารดาของนายเรืองเดชซึ่งถูกแนะนำโดยบุตรชายให้รู้จักกับชีคหนุ่มในฐานะนายจ้าง เพราะนายเรืองเดชเองก็ยังไม่รู้ว่านายจ้างผู้น่าเกรงขามของตนเองคนนี้แท้จริงแล้วฐานะของชายหนุ่มเป็นใครกันแน่ รู้แค่ว่าเรฮานย์ร่ำรวยและมีอิทธิพลมากแค่นั้นเอง และในวงสนทนาก็มีลูกน้องของเขาอีกคนนั่งอยู่ด้วย คือนายดิเรกนักออกแบบจิวเวลรี่ตัวพ่อของ จิวเวลรี่ เอิร์ธ อันมานนั่นเอง
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ชีคหนุ่มก็อยากจะไปเข้าห้องน้ำและไปเดินยืดเส้นยืดสายเสียบ้างหลังจากตกเป็นเป้าสัมภาษณ์ของทุกคนในวงสนทนาที่น่าเบื่อสำหรับหนุ่มเจ้าสำราญอย่าง ‘สิงห์ทะเลทรายอาหรับ’ ชายหนุ่มจึงได้ขอตัวออกไปจากโต๊ะ โดยสั่งให้บอดี้การ์ดสองคนไม่ต้องตามเขาไป
พิชญาดารามองดูบิดาที่เธอเกลียดนัก กำลังคุยกันอย่างออกรสกับผู้ชายที่แสน ‘เลว’ ที่เธอไม่เคยลืมการกระทำอันหยาบคายของเขา หญิงสาวไม่คาดคิดเลยว่าจะมาเจอเขาในงานนี้ ผู้ซึ่งเพื่อนรักของเธอกระซิบบอกข้างหูว่าเขาเป็นถึงเจ้าของร้านจิวเวลรี่ชื่อดังหลายแห่งในดูไบ ซึ่งเป็นเจ้านายของบิดาของเพื่อนเธอและเป็นเจ้านายของพ่อผู้ให้กำเนิดเธอด้วย
มางานนี้เธอจึงได้รู้อะไรที่อยากรู้ถึงสองอย่าง คือรู้ว่าพ่อของตนเองทำงานอยู่ที่ไหน และรู้ว่า ‘เขา’ ทำงานอยู่ที่ไหน ดีเหมือนกัน เธออยากเอาชนะผู้ชายทั้งสองคนไปพร้อมๆ กันเลย เพราะตั้งแต่ที่ผ่านมาไม่มีผู้ชายคนไหนทำให้เธอรู้สึกโกรธเกลียดได้เท่าผู้ชายทั้งสองคนนี้เลย
สำหรับ ‘เขา พี่ชายเพื่อน’ การแก้แค้นเอาคืนยังไม่จบ และเธอรู้แล้วว่าจะต้องทำยังไงต่อไป ผู้หญิงอย่างพิชญาดาราไม่ใช่นางเอก ใครๆ ก็ว่าเธอเป็นนางร้าย ชอบหักอกผู้ชายเป็นว่าเล่น จนเพื่อนๆ ขนาดนามเธอว่า ‘คาสโนวี่ควีน’ แต่เธอก็ไม่สน และคิดว่าหลังจากที่เธอแก้แค้นเอาคืนผู้ชายคนที่ 100 ได้เมื่อไหร่ เธอก็จะขอเลือกอยู่แบบโสดๆ จะดีกว่า
‘เรฮานย์ คือผู้ชายคนที่ร้อยที่เธอต้องการเอาชนะ และเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ชายร้อยทั้งรอยมันก็เลวเหมือนกันหมด’ เพราะไม่อยากนั่งกินน้ำตาต่างข้าวเหมือนมารดาของเธอ ที่ต้องตรอมใจเพราะความเจ้าชู้ของสามีตนเอง ที่ไปมีผู้หญิงคนอื่น แต่ก็ไม่ยอมหย่าขาดจากมารดาของเธอเสียที
คุณหนูไฮโซจอมเย่อหยิ่งที่โกรธเกลียดพ่อของตนเองพานรู้สึกไม่ชอบหน้าชีคหนุ่มที่ดูท่าทางจะสนิทสนมกับพ่อของเธอมากตามไปด้วย หญิงสาวจึงไม่มีอารมณ์จะปั้นหน้ายิ้มกับใครในงานเลี้ยง เพราะรู้สึกอารมณ์เสียตั้งแต่ตอนที่เธอสบตากับผู้ชายมากรักหลายใจที่ขึ้นชื่อว่าเขาเป็นพ่อของเธอแล้ว
ร่างระหงพราวเสน่ห์ เดินถือแก้วไวน์ทรงสูงสีสวยออกมาจิบรับลมที่สวนหย่อมด้านนอกบริเวณงาน คิดว่าขอยืนปลดปล่อยอารมณ์สักพักก็จะเดินกลับเข้าไปในงานเพื่อลาเพื่อนรักกลับบ้าน
เพราะเธอเบื่องานสังคมพวกนี้เต็มที โดยเฉพาะงานสังคมที่มีผู้ชายที่ทำให้คนที่เธอรักมากที่สุดต้องตรอมใจอยู่ร่วมด้วยเธอก็ยิ่งเบื่อ และยิ่งเห็น ‘เขาคนนั้น’ ไอ้ผู้ชายที่เธอกำลังคิดว่า ‘เขาก็คงเลวเหมือนผู้ชายทั้งเก้าสิบเก้าคนที่ผ่านมาของเธอ’ หญิงสาวก็ยิ่งไม่อยากจะอยู่ต่อ เพราะเวลาเอาคืนเขาคนนั้นไม่ใช่ตอนนี้
แต่นับจากนี้อีกหนึ่งอาทิตย์ต่างหากที่เธอจะเริ่มปฏิบัติการณ์ ‘หงส์สะบัดลาย’ เธอจะเอาคืนให้มารดาที่ถูกผู้หญิงของบิดาโทรมารบกวนวันแล้ววันเล่า จะเอาคืนให้ตนเองที่ถูกหยามศักดิ์ศรีจากผู้ชายคนนั้น เธอจะเอาชนะทุกคนด้วยความสามารถที่เธอมีอยู่และด้วยสมองอันชาญฉลาดของตนเอง ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรก็ตาม เธอจะต้องเดินหน้าต่อ
“สวัสดีครับ มิสพิชชาญาดาร๊า ชื่อของคุณเรียกยากจริงๆ” เสียงทุ้มน่าฟังที่ออกห้าวๆ นิดๆ ที่อยู่ทางด้านหลัง ทำให้คนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเองต้องรีบหันขวับมามองด้วยความสะดุ้งตกใจในนาทีแรก เพราะยังใจลอยอยู่นั่นเอง แล้วประกายตาไม่พอใจก็ฉายวาบขึ้นมาเมื่อรู้ว่าใครที่บังอาจมาเรียกชื่อของเธอผิดๆ
“ฉันชื่อพิชญาดารา ไม่ใช่พิชชาญาดาร๊าตามที่คุณเรียก” หญิงสาวตอบเสียงห้วนๆ มองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาวาววับราวกับโกรธแค้นเขามาเป็นสิบๆ ปีงั้นแหละ จนใบหน้าคมคร้ามนั้นต้องยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
‘หล่อนคงแค้นที่เขาจูบเธอคราวนั้นสินะ’
“เพื่อนของคุณบอกว่าคุณชื่อพิซซ่า เรียกง่ายกว่าเยอะ ผมขอเรียกคุณด้วยชื่อนี้ดีกว่านะ”
“คุณจะเรียกชื่อไหนมันก็เรื่องของคุณ แต่ถ้าคุณจะคุยกับฉัน กรุณาถอดแว่นตาออกด้วยค่ะ ฉันไม่ชอบคุยกับคนที่สวมแว่นตาอำพรางดวงตาของตนเอง เพราะฉันรู้สึกว่าคุณไม่ให้เกียรติฉัน”
เธอตอบเขาด้วยท่าทางเย่อหยิ่งจองหองไม่มีความประหม่าหวั่นไหวอยู่ในสายตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นเลยสักนิด มันจึงทำให้เรฮานย์รู้สึกทึ่งในตัวสาวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขามาก เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ที่อยู่ต่อหน้าเขามักจะแสดงอาการประหม่าขวยเขินแทบทุกคนก็ว่าได้ แต่ทว่ากับหล่อน เธอวางมาดราวกับนางพญาผู้เลอโฉมงามสง่าที่แสนเย่อหยิ่ง มันช่างท้าทาย ‘สิงห์แห่งทะเลทรายอาหรับ’ อย่างเขาชะมัด
นี่ขนาดหล่อนถูกเขาพรากจูบมาแล้วครั้งหนึ่ง ใบหน้าสวยคมก็ยังคงเชิดหน้ามองเขาอย่างไม่สะทกสะท้านหวั่นไหว ราวกับว่าเขากับเธอไม่เคยมีฉากวาบหวามรัญจวนใจอย่างนั้นมาก่อนอย่างงั้นแหละ แต่เธอลืมภาพสวีตเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้วจริงๆ หรือ เพราะถ้าลืมเขาจะได้ ‘ตอกย้ำ’ ภาพนั้นให้ชัดขึ้นเองในคืนนี้
สายตาคมกล้าสีทรายมองเรียวปากอิ่มเล็กสีชมพูสดมันวาวน่าจูบนั่นด้วยประกายตาพราวระยับอย่างเปิดเผยความรู้สึก จนพิชญาดาราเริ่มถอยออกห่างโดยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้ในใจจะบอกว่าไม่ได้กลัวเขาเลยสักนิด แต่เท้าเล็กบนรองเท้าส้นสูงประมาณสี่นิ้วกลับถอยห่างออกโดยไม่รู้ตัว มีเพียงแววตาวาวโรจน์ที่มองร่างสูงในชุดสูทสีทรายอย่างโกรธจัดเท่านั้นที่บอกว่าเธอคิดจะสู้
“โอเค คุณเป็นคนแรกนะที่กล้าสั่งผม” พูดจบมือเรียวสวยราวกับมือของอิสตรีก็ยกขึ้นถอดแว่นตายี่ห้อดังออก
ทันทีที่เห็นดวงตาสีทรายคมเข้มเป็นประกายระยับ พิชญาดารากลับรู้สึกอยากจะให้เขาสวมแว่นตาสีชานั้นกลับคืนเข้าไปใหม่มากเหลือเกิน เพราะนัยน์ตาคมซึ้งเต็มไปด้วยพลังแห่งบุรุษเพศที่แสนมีเสน่ห์อย่างเหลือร้ายที่กระทบแสงไฟนั่น กำลังทำให้เธอรู้สึกขาดความมั่นใจในตัวเองไปเกือบครึ่ง
แววตาแห่งความเป็นผู้นำไม่ยอมคน แววตาของเจ้าป่าที่ดุดันระคนเจ้าเล่ห์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ มันทำให้ผู้หญิงที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อสายตาของชายใด ต้องรู้สึกร้อนวูบวาบบนใบหน้าของตนเองเป็นครั้งที่สอง
แต่ทว่าใบหน้าสวยคมจมูกโด่งรั้นอย่างคนเอาแต่ใจก็ยังคงเชิดหน้าราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ก่อนจะเชิดเมินมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกริบพราวระยับคู่นั้น โชคดีที่เงามืดได้บดบังใบหน้าที่เป็นสีชมพูระเรื่อขึ้นของเธอ ก่อนที่จะทำเป็นไม่ใส่ใจคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง
มือเรียวเล็กยกแก้วไวน์ขึ้นจิบต่อทำท่าเหมือนไม่สนใจร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลัง เพราะไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องคุยกับเขา และไม่เห็นจะต้องแคร์ ถึงแม้ว่าเขาจะยอมถอดแว่นตามที่เธอต้องการแล้วก็ตาม
“นี่คุณ ผมยอมถอดแว่นตาออกตามที่คุณต้องการแล้วนะ จะไม่หันหน้ามาคุยกับผมหน่อยเหรอ ฮาบิบตี้” เสียงทุ้มกังวานเอ่ยถาม พร้อมพูดจาหยอกเย้าในท้ายประโยคด้วยการเรียกเธอว่า ‘ที่รัก’ ในภาษาอารบิค
พิชญาดารารีบปรับอารมณ์ลบความประหม่าเขินอายทิ้งไป ก่อนจะหมุนตัวหันกลับมามองคนตัวโตที่ท่าทางชอบวางอำนาจด้วยสายตาเย็นชา พร้อมกับเหยียดยิ้มมุมปากก่อนจะโต้ตอบไปด้วยน้ำเสียงจองหองว่า
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ใช่ที่รักของคุณ กรุณาอย่ามาเรียกฉันว่า ฮาบิบตี้” เรฮานย์ปรบมือแปะๆ ก่อนจะตอบว่า
“เก่งจัง รู้ภาษาบ้านผมด้วย น้องสาวของผมคงมีเวลาสอนภาษาอารบิคให้คุณหลายคำเลยสินะผม ว่าแต่คืนนี้คุณไม่ได้พาน้องสาวของผมมาด้วยหรอกหรือ” ชีคหนุ่มถามยิ้มๆ ด้วยนัยน์ตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ พยายามสบตาดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกลมโตนั้นไม่อย่างกะพริบตา อยากจะรู้ว่าหล่อนจะกลบเกลื่อนพิรุธได้ดีนานสักแค่ไหน แต่ทว่าความชื่นชมในสายตาที่มองสาวน้อยรูปร่างเพรียวระหงตรงหน้าก็ฉายชัดออกมาอย่างเปิดเผยเช่นกัน
ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ผู้หญิงสวยหวาน แต่หล่อนสวยคมน่ามองในทุกๆ จุดทีเดียว คิ้วเรียวสวยดุจคันศร ดวงตากลมโตดูสวยคมเป็นประกายแห่งความมีชีวิตชีวา จมูกโด่งรั้นเล็กรับกับโหนกแก้มสวยได้อย่างพอเหมาะพอดี และริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มสีชมพูสดนั่นก็น่าจูบยิ่งนัก และชายหนุ่มก็จำได้ว่ามันหอมหวานมากแค่ไหน
ทั้งผิวพรรณของหล่อนก็ขาวผ่องผุดผาด รูปร่างของหล่อนก็ดูดึงดูดบุรุษเพศให้อยากเข้าใกล้ได้ไม่ยาก แต่ทว่าดวงตาคู่สวยโฉบเฉี่ยวกลับดูเหมือนไม่แยแสเสน่ห์ที่ตนเองมีเลยสักนิด นับว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่สวยถูกใจเขามากจริงๆ โดยเฉพาะคืนนี้ พิชญาดาราอยู่ในชุดราตรีสุดหรูชุดราตรีสีเขียวอมฟ้าคล้ายกับสีน้ำทะเลที่โชว์แผ่นหลังนวลเนียนน่าสัมผัส ผมยาวถูกเกล้าเป็นมวยประดับด้วยไข่มุกสีขาวที่เสริมให้ดวงหน้าของหล่อนดูหวานละมุนยิ่งขึ้น
“ฉันบอกคุณแล้วไงคะ ว่าฉันไม่ได้พาน้องสาวของคุณไปซ่อน เลิกปรักปรำฉันเสียที” หญิงสาวตอบก่อนจะเมินมองไปทางอื่นอีกครั้ง ราวกับเขาเป็นผู้ชายที่ไม่ได้อยู่ในสายตาของเธอเลยสักนิด เธอไม่คิดจะยอมรับแล้วจะทำไม เขาไม่มีหลักฐานอะไรมาผูกมัดตัวเธอได้นี่
“คุณนี่เป็นผู้ร้ายปากแข็งมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยนะพิซซ่า ผมจะบอกความจริงให้ก็ได้ ว่าผมไปสืบประวัติของคุณมาหมดแล้ว และรู้ด้วยว่าในวันที่คุณเดินทางกลับมาเมืองไทย คุณได้พาน้องสาวของผมมาด้วย จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้แล้ว ยังคิดที่จะปฏิเสธอีกหรือ”
“ไหนล่ะหลักฐาน เอามาให้ฉันดูสิ ไม่มีใช่ไหม ชิ” ร่างระหงหันมาโต้แย้งทันควัน ก่อนจะมองร่างสูงอย่างเหยียดๆ แล้วเชิดหน้ากลับไปทางเดิมอีกครั้ง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เมินมองไปอีกทางเหยียดยิ้มบางๆ อย่างพอใจที่ได้เห็นท่าทางเหมือนจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของคนตัวโต ที่พยายามจะให้เธอยอมรับผิดให้ได้ แต่ฝันไปเถอะ ถ้าเขาหาหลักฐานมามัดตัวเธอไม่ได้ เขาก็ทำอะไรเธอไม่ได้แน่ และถึงแม้เขาจะรู้ว่าเธอคือคนที่พาน้องสาวของเขาไปหลบซ่อนตัวเพื่อหนีการแต่งงาน เรฮานย์ก็ทำอะไรเธอไม่ได้เพราะเรฮายะห์เต็มใจที่จะมาเมืองไทยกับเธอเอง
และสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เรฮายะห์ก็รู้จักกับเพื่อนสาวชาวไทยที่เป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับเธอมากมาย และเพื่อนสนิทหนึ่งในนั้นของเธอก็คือ อ้อมขวัญ ซึ่งเรฮายะห์เริ่มจะสนิทด้วยแล้ว อ้อมขวัญทายาทสาวของนักการเมืองชื่อดังไม่ได้ถูกเชิญมาในงานเลี้ยงคืนนี้ เพราะเธอไม่ได้สนิทกับรินลดาเป็นการส่วนตัว แต่คืนนี้เธอได้ชวนเรฮายะห์ไปเปิดหูเปิดตาที่ผับดังแห่งหนึ่งซึ่งเป็นผับของพวกคนรวย หรือพวกดาราไฮโซมาเที่ยวกันอย่างคับคั่งในทุกๆ คืน
อีกฟากหนึ่งของเมืองศิวิไลในยามราตรี ณ ผับชื่อดังแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร แสงสีแสบตากะพริบวัวไหวจนแสบตาไปหมด แต่ทว่าหมู่ผีเสื้อราตรีทั้งหลายกลับชอบที่จะบินเข้าหามัน ไฟหลากสีลวงตาที่ผีเสื้อสาวต่างก็สวยสดงดงามและยั่วยวนในชุดเว้าหน้าเว้าหลัง สั้นยังไม่พอยังแหวกหน้าแหวกข้างแหวกหลังยั่วใจให้หมู่ภมรตัวผู้ให้หันมาสนใจอีก
สามสาวในชุดเดรสต่างสีต่างลาย เดรสสั้นกำมะหยี่สีน้ำตาลอ่อนลายเสือคือ ทอรุ้ง เดรสสั้นลายลูกไม้สีดำเซ็กซี่คือ อ้อมขวัญ และเดรสสีทรายเรียบหรูสะท้อนแสงคือเจ้าหญิงเรฮายะห์ในคราบสามัญชน
เหตุผลที่เรฮายะห์ปฏิเสธที่จะไปร่วมพิธีฉลองงานแต่งงานของเพื่อนสนิทอีกคนของพิชญาดารา เพราะเจ้าหญิงน้อยรู้ว่างานนี้พี่ชายของเธออาจจะมาร่วมงานฉลองในคืนนี้ด้วย ซึ่งพิชญาดาราก็เห็นด้วย
ขณะที่สามสาวกำลังแดนซ์กันอย่างสนุกสนานในกลุ่มของตนเอง ผู้ชายหน้าตาแขกๆ คมๆ ในชุดเสื้อยืดคอวีพอดีตัวสีเข้ม กางเกงยีนสีเดียวกันกับเสื้อ บนรองเท้าหนังราคาแพงกำลังก้าวเข้ามาใกล้กลุ่มของพวกเธอช้าๆ ดวงตาคมสีบรั่นดีจ้องมองทางเจ้าหญิงน้อยในคราบสามัญชนอย่างไม่วางตา เขาเคยเจอเธอครั้งหนึ่งแล้วที่ผับแห่งนี้เมื่ออาทิตย์ก่อน และคืนนี้ก็เป็นค่ำคืนที่โชคดีของชายหนุ่มอีกครั้งที่มาเจอหวานใจของเขา
“เร หันไปทางโน้นสิ ใครเดินมาน่ะ” ทอรุ้งบุ้ยใบ้สายตาไปมองหนุ่มหล่อคมเข้มตัวโตสูงใหญ่อย่างกับตึกกำลังเดินมาทางที่พวกเธอกำลังแดนซ์กันอยู่ เรฮายะห์มองตาม ก็รู้สึกใจเต้นโครมครามอีกครั้งเมื่อสบตาเข้ากับประกายตาวาววับของร่างสูงที่กำลังส่งรอยยิ้มหวานมาให้เธอ
อ้อมขวัญมองตามแล้วก็ยิ้ม ไม่มีใครรู้ว่าเธอแอบมีใจให้กับหนุ่มลึกลับที่อ้างตัวว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยวมาจากประเทศทางตะวันออกกลางคนนี้
ชายหนุ่มแนะนำตัวว่าเขาชื่อ ‘ราม’ คำเดียวสั้นๆ แต่ทว่าบุคลิกท่าทางของหนุ่มนิรนามกลับไม่เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป เขาดูลึกลับน่าค้นหาและเหมือนมีออร่าเปล่งประกายอยู่รอบๆ ตัวเขา นั่นแสดงให้เห็นว่าผู้ชายคนนี้ ‘ไม่ธรรมดา’ แน่นอน และที่สำคัญเขามีเสน่ห์มากๆ ด้วย
แต่รามกลับมีใจให้กับเรฮายะห์ที่อ้างตัวว่าเธอเป็นนักท่องเที่ยวมาจากดูไบ เป็นเพื่อนสนิทกับพิชญาดารา และดูท่าเพื่อนใหม่ของเธอคนนี้ก็คงจะมีใจให้กับหนุ่มนิรนามคนนี้เช่นกัน อ้อมขวัญแอบอิจฉาเพื่อนใหม่ของเธอเล็กน้อย ไม่...คงไม่ใช่แค่อิจฉาเล็กน้อยเท่านั้น แต่เธออิจฉาเรฮายะห์มากๆ เลยล่ะ
“สวัสดีครับสาวๆ สวัสดีครับคุณเร” ร่างสูงเกินสันทัดกล่าวทักทายทั้งสามสาวรวมๆ ในต้นประโยค แต่ท้ายประโยคเขากลับปรายตาไปมองสาวน้อยในชุดเดรสสีทรายเรียบหรูด้วยสายตาหยาดเยิ้มชวนฝัน ทำให้เรฮายะห์เริ่มประหม่าขัดเขินไม่กล้าสบตาคมซึ้งสีบรั่นดีนั่นเท่าไหร่นัก
“ขวัญ ฉันว่าเราอย่าไปเป็นกขค.พวกเขาสองคนดีกว่า เราสองคนไปแดนซ์ทางโน้นกันเถอะป๊ะ” ทอรุ้งฉุดข้อมือของอ้อมขวัญออกไปทันทีที่รู้สึกตัวว่าพวกเธอสองคนคงจะเป็นส่วนเกินไปแล้วเมื่อเห็นรามเอาแต่สนใจเรฮายะห์เพียงคนเดียว
อ้อมขวัญเดินตามแรงฉุดของเพื่อนรักไปอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก เพราะยังไม่ได้ทักทายหนุ่มที่เธอแอบมีใจให้สักคำเลย แม้ว่าเขาจะไม่หันมาสนใจเธอก็ตาม
เรฮายะห์อ้าปากหว๋อมองทอรุ้งลากแขนอ้อมขวัญจากไป แล้วปล่อยให้เธอยืนอยู่เพียงลำพังกับรามสองคน ทำให้เจ้าหญิงน้อยแทบวางตัวไม่ถูก รู้สึกว่ามือของตนเองเกะกะไปหมดจนไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหน ได้แต่ยกมือข้างหนึ่งลูบแขนอีกข้างตนเองไปมาด้วยความขวยเขิน
รามมองสาวน้อยตรงหน้าด้วยสายตาพึงพอใจ เขาชอบที่เห็นท่าทางเขินอายของเรฮายะห์ ทั้งที่ชายหนุ่มเองก็เคยเห็นผู้หญิงขี้อายมาแล้วมากมายก็ตาม แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับน่าสนใจมากที่สุดสำหรับเขา
“เราไปนั่งคุยกันตรงมุมโน้นดีไหมครับ” ชายหนุ่มบุ้ยใบ้สายตาไปทางมุมสลัวมุมหนึ่งที่ยังพอมีที่ว่างสองสามที่สำหรับนั่งคุยกัน ร่างบางพยักหน้ารับก่อนจะถูกวงแขนใหญ่โอบเอวคอดกิ่วไปนั่งที่เคาน์เตอร์ด้านในที่อยู่ชิดกับผนัง
“รับอะไรดีครับมิสเตอร์” บริกรหนุ่มเดินเข้ามาถามรามยิ้มๆ
“คุณเรรับอะไรดีครับ” รามหันมาถามร่างบางข้างๆ อย่างสุภาพ
“รับเหมือนคราวที่แล้วก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบไม่ดังมากนัก แต่รามก็พอได้ยิน จึงหันมาสั่งออเดอร์กับบริกรหนุ่มเสียงทุ้มน่าฟัง
“งั้นก็เอาไวน์ที่ดีที่สุดแพงที่สุดในร้านมาแล้วกัน”
“ได้ครับกระผม รอสักครู่นะครับ” พูดจบบริกรหนุ่มก็รีบเดินเลี่ยงออกไปปฏิบัติหน้าที่ของตนเองทันที
ไม่นานนักไวน์ชั้นเลิศสีแดงประกายทับทิมที่ผลิตจากพันธุ์องุ่นปิโนต์นัวร์จากฝรั่งเศสก็ถูกนำมาเสิร์ฟ และรินใส่แก้วคริสตัลทรงสูงสองแก้วตรงหน้าสองหนุ่มสาว รามเลื่อนแก้วไวน์สีสวยใสให้หญิงสาว ก่อนจะรับแก้วไวน์ของตนเองยกขึ้นจิบ
เรฮายะห์จิบไวน์เพียงเล็กน้อยเพราะเธอไม่ค่อยถนัดดื่มแอลกอฮอล์มากนักกลัวว่าจะเมาเร็ว สายตาสีทรายคู่สวยมองไปยังกลุ่มเพื่อนสองคนที่แดนซ์กันอย่างสนุกสนานที่อยู่ห่างออกไปอย่างไม่รู้จะมองไปที่ไหนดี
แม้ว่าเธอจะดื้อที่แอบหนีออกจากวังมาถึงต่างแดน แต่ทว่าลึกๆ แล้วเธอกลับเป็นสาวน้อยขี้อายมากที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายที่มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจอย่างเช่นรามเป็นคนแรก และเธอก็เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเป็นคนขี้อายมากแค่ไหนก็เมื่อสบตาหวานซึ้งสีบรั่นดีตรงหน้า กับรอยยิ้มแสนเสน่หาที่กระชากใจเธอตั้งแรกพบกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
“ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว พี่ชายของคุณยังตามหาตัวคุณไม่เจอหรือครับ” รามถามหญิงสาวเพื่อเปิดหัวข้อการสนทนาที่เขาเองอยากจะรู้ แต่ท่าทางของชายหนุ่มไม่ได้ดูเดือดร้อนอะไรนัก แววตาของเขาแค่แสดงถึงความสงสัยใคร่รู้เท่านั้น
“ไม่รู้ว่าพี่ชายของฉันหยุดตามหาฉันหรือยังค่ะ เพราะตั้งแต่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ฉันก็ยังไม่ได้ข่าวคราวของพี่ชายของฉันเลยค่ะ” อาทิตย์ก่อนเธอเคยเล่าเรื่องที่เธอต้องหนีมาเที่ยวที่เมืองไทยให้รามฟัง ชายหนุ่มจึงได้รู้เรื่องของเธอ และท่าทางของเขาก็ดูจะสนใจเรื่องนี้มาก
“แล้วถ้าเกิดพี่ชายของคุณตามมาเจอ คุณจะทำยังไงครับ ยอมให้เขาจับตัวคุณไปแต่งงานกับใครไม่รู้ที่คุณไม่รู้จัก หรือจะหนีต่อไป” ร่างเพรียวระหงมีสีหน้าครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าไปมา
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่าจะเอายังไงต่อ และไม่รู้ว่าตอนนี้ทางบ้านจะวุ่นวายมากแค่ไหนที่รู้ว่าฉันหนีออกมาจากวัง เอ๊ย...หนีออกมาจากบ้านน่ะค่ะ” โชคดีที่เสียงเพลงและเสียงดนตรีที่ดังอึกทึกครึกโครมที่ดังลั่นช่วยกลบเกลื่อนคำบางคำของเธอเอาไว้ ไม่งั้นคงแย่แน่ เพราะสายตาสีบรั่นดีเหมือนจะมีเครื่องหมายคำถามฉายวาบขึ้นมาแว๊บหนึ่ง
“ผมมีวิธีเสนอแนะวิธีหนึ่งนะ ไม่รู้ว่าคุณเรจะสนใจไหม” รามถามแล้วหยุดมองใบหน้าสวยหวาน รอคอยให้หญิงสาวได้คิดก่อนตอบชั่วครู่
“วิธีไหนคะ” คิ้วสวยดั่งคันศรย่นเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัยใคร่รู้เช่นกัน
รามสูดเอาลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เฮือกหนึ่งก่อนจะเสนอแนะวิธีที่เขาคิดว่ามันน่าสนใจ และเห็นในละครโทรทัศน์บ่อยๆ ซึ่งวิธีนี้อาจจะสามารถนำมาใช้กับชีวิตจริงก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าสาวน้อยตรงหน้าจะสนใจหรือไว้ใจผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันอย่างเขาหรือเปล่า ทำให้ร่างสูงไม่ค่อยมั่นใจนักที่จะพูดแผนการช่วยเหลือเธอออกไป
การที่คนตัวโตยืนนิ่งคิดนานๆ ไม่ยอมบอกวิธีที่เขาต้องการเสนอแนะสักที ทำให้แววตาสีทรายคู่สวยยิ่งเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากขึ้น จนคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเป็นปมอยู่กลางหน้าผากมนเรียบเนียน
“คุณรามไม่อยากตอบ แสดงว่าวิธีนี้ไม่น่าลองแน่เลยใช่ไหมคะ”
“ก็ไม่ถึงกับไม่น่าลองเสียทีเดียวหรอกครับ ถ้าคุณไว้ใจผม”
“เอ๋?” ดวงตาสีทรายยิ่งเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากขึ้น ชักอยากจะรู้มากขึ้นแล้วว่า วิธีการที่รามจะแนะนำเธอคือวิธีอะไร ร่างสูงยิ้มมุมปากก่อนจะก้มลงมาตอบข้างแกมนวลว่า
“ถ้าบังเอิญพี่ชายของคุณตามมาพบ แล้วจะบังคับพาคุณกลับไปแต่งงานกับผู้ชายที่คุณไม่รู้จัก คุณก็บอกพี่ชายของคุณไปสิครับว่าคุณมีคนรักแล้ว”
“แต่ว่าฉันยังไม่มีคนรักนี่คะ” สาวน้อยรีบโต้แย้งทันควัน ร่างสูงจึงยิ้มออกมาอย่างดีใจที่สาวน้อยตรงหน้าตอบย้ำให้เขาฟังอย่างมั่นใจว่าเธอยังไม่มีแฟน ทำให้หัวใจของชายหนุ่มพองโตจนคับอก
“ใครบอกว่าให้คุณตอบเรื่องจริงล่ะครับ ก็แค่หาผู้ชายสักคนมาเป็นคนรักหลอกๆ เพื่อให้พี่ชายของคุณเลิกบังคับคุณไปแต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รักสิครับ”
ร่างบางอรชรทำท่าครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาสีบรั่นดีที่มองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ ที่เขาเสนอแนะวิธีนี้ให้กับเธอ และเขาคงคิดจะเสนอตนเองเป็นคนรักหลอกๆ ของเธอสินะ
“อย่าบอกนะคะ ว่าคุณรามจะเสนอตัวเองเป็นคนรักหลอกๆ ให้กับฉัน” แม้พอจะเดาออก แต่หญิงสาวก็อยากจะถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“ใช่ครับ”
เรฮายะห์ตาโต เมื่อได้ฟังคำตอบอย่างชัดเจนจากริมฝีปากหยักลึกสวยเกินชายของร่างสูง แล้วเธอจะกล้าทำตามวิธีที่เขาเสนอแนะมาหรือ ตั้งแต่โตเป็นสาวมายังไม่เคยมีแฟนกับเขาสักคน แล้วต้องแสดงบทเป็นคนรักหลอกๆ ของผู้ชายตรงหน้าเธอจะทำได้หรือ ที่สำคัญเธอรู้จักเขาเพียงแค่ไม่นาน ได้คุยกันก็เพียงสองครั้งจะไว้ใจได้หรือ ว่าเขาเสนอแนะวิธีนี้เพราะหวังดีกับเธอจริงๆ และไม่มีความนัยอื่นแอบแฝง
“เอ่อ...ฉันขอคิดดูก่อนนะคะ”
สาวน้อยตอบอ้อมแอ้มไม่ค่อยจะเต็มเสียงนักก่อนจะเมินมองไปทางอื่น เพราะไม่อาจทนต่อสายตาคมกล้าเต็มไปด้วยไฟเสน่หาของดวงตาสีบรั่นดีได้ แต่ถ้าหญิงสาวจะทันหันกลับไปมองใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาในเสี้ยววินาทีนี้ เธอคงจะได้เห็นดวงตาสีบรั่นดีเป็นประกายระยับฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมา พร้อมกับรอยยิ้มแสนเสน่หาตรงมุมปากหยักสวยเกินชาย ที่แอบแสดงออกมายามที่หญิงสาวเมินมองไปทางอื่น
รายการตอน
ทั้งหมด 61 ตอน
/0/4369/coverbig.jpg)
/0/21115/coverbig.jpg)
/0/34314/coverbig.jpg)
/0/16501/coverbig.jpg)
/0/6545/coverbig.jpg)
/0/34252/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/34082/coverbig.jpg)