ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทที่ 3 จับได้แล้วจะทำไม! 50% NC18++

เรฮานย์มองใบหน้าสวยที่เชิดขึ้นอย่างเหนื่อยใจ นี่เขาพยายามพูดดีๆ กับหล่อนแล้วนะ แต่ทำไมพิชญาดาราถึงยังทำตัวเป็นผู้ร้ายปากแข็งอยู่ได้ หรือหญิงสาวคิดว่าที่นี่มันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง จึงคิดว่าเขาคงจะทำอะไรเธอไม่ได้ถึงได้ปากแข็งเชิดหน้าอย่างอวดดีกับเขาแบบนี้

เมื่อการเจรจาด้วยคำพูดไม่ได้ผล สงสัยเขาต้องใช้กำลังกับเธอเสียแล้วกระมัง ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้คนจอมหยิ่งปากแข็งอีกนิด ก่อนจะโน้มศีรษะต่ำลงมาในระดับชิดใบหูเล็กแล้วเอ่ยถามประโยคสั้นๆ ออกมาพอให้ได้ยินกันสองคนชัดๆ

“ตกลงคุณจะไม่ยอมรับใช่ไหม ว่าคุณเป็นคนพาน้องสาวของผมมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ประเทศของคุณ”

พิชญาดาราไม่ตอบ แต่กลับยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว แล้วก็สะบัดหน้าตั้งท่าจะเดินหนีเข้าไปในบริเวณงาน แต่ก็ถูกมือหนาคว้าต้นแขนนุ่มเอาไว้แน่นดุจคีมเหล็กที่หนีบเนื้อนุ่มๆ เอาไว้ไม่ยอมให้ร่างระหงเดินหนีจากไปง่ายๆ

“นี่คุณ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” หญิงสาวตวาดแหวเบาๆ แต่ทว่าดวงตากลมโตกลับวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“คุณอยากให้ผมใช้กำลังกับคุณใช่ไหม คราวที่แล้วไม่เข็ดหรือไง” ชายหนุ่มถามเสียงเข้มนัยน์ตาเป็นประกายวาววับไม่น่าไว้ใจ แต่พิชญาดารากลับเชิดหน้าขึ้นอย่างอวดดีระคนกรุ่นโกรธจนควันออกหู

“คุณกล้าหรือ ที่นี่มันประเทศของฉันนะ” หญิงสาวถามลอดไรฟันสบตาสีทรายอย่างท้าทาย ที่นี่คนเยอะแยะมากมาย หากเขากล้าทำอะไรเธอ แม่จะร้องให้รปภ.มาช่วยแล้วลากตัวเขาไปส่งตำรวจเลยคอยดู

ร่างสูงขยับเข้าใกล้อีกนิด พร้อมกับตวัดแขนข้างที่ว่างเอาไว้รอบเอวบางอย่างอาจหาญ สองสายตาประสานกันราวกับมีกระแสไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์แล่นไปทั่วร่างบางอีกครั้ง แต่หญิงสาวก็ยังทำใจดีสู้เสือ

“ทำไมผมจะไม่กล้า รีบตอบมา...ว่าคุณพาน้องสาวของผมไปหลบซ่อนตัวไว้ที่ไหน ถ้ายังปากแข็งอยู่ล่ะก็...” นิ้วเรียวใหญ่ยกมือขึ้นไล้ไปตามกรอบปากนุ่มที่เขาเคยชิมรสชาติของมันมาแล้วครั้งหนึ่ง และรู้ว่ามันหอมหวานมากแค่ไหน

“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ปล่อยฉัน! ถ้าไม่ปล่อย ฉันจะร้องให้รปภ.จับคุณส่งตำรวจจริงๆ ด้วย” นางแมวสาวขู่ฟ่อ แต่หัวใจของหล่อนกลับเต้นแรงรัวอย่างไม่อาจบังคับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นได้ ขณะที่วงแขนแข็งแรงกลับเพิ่มแรงกระชับร่างนุ่มให้แนบสนิทกับร่างแกร่งมากขึ้นไปอีก ราวกับไม่กลัวคำขู่ของเธอเลยสักนิด ดวงตาคมกล้าไหวระริกไล่สำรวจมองดวงหน้าสวยซึ้งด้วยรอยยิ้มยั่วยวนชวนให้หวาดหวั่นระคนหวั่นไหว

ดวงตาคู่สวยเริ่มไหวระริก เมื่อสบดวงตาคมกล้าของสิงห์หนุ่มเลือดร้อนที่ซุกซ่อนไว้ด้วยอำนาจเสน่หาอันร้ายกาจอยู่ในแววตาสีทรายที่เป็นประกายระยับ จนสาวน้อยจอมหยิ่งก็อดที่จะตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความหวาดหวั่นไม่ได้ ว่าผู้ชายที่แสนร้ายกาจตรงหน้าจะกล้า ‘ใช้กำลังเหมือนคราวที่แล้ว’ กับเธอจริงๆ

“ร้องสิ เสียงหวานๆ ของคุณจะดังสักแค่ไหนเชียว” เขาท้าอย่างไม่กลัวเกรง

“ชะ...อุ๊บ!” คำว่า ‘ช่วยด้วย’ ที่หญิงสาวตั้งใจจะร้องออกมาให้ดังมากที่สุด กลับถูกกลืนหายลงไปในลำคอระหงอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่จะตั้งรับทัน ริมฝีปากอิ่มเล็กที่อ้าเผยอหมายจะร้องให้ดังลั่นกลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนๆ พุ่งเข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดเรียวลิ้นของเธอให้เป็นไปตามที่ใจของชายหนุ่มปรารถนา

ร่างนุ่มพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมกอดของคนป่าเถื่อนหยาบคายสุดฤทธิ์ ทว่าคนตัวโตก็หาได้สะทกสะท้านไม่ ริมฝีปากอุ่นจัด ยังคงยัดเยียดความเสียวซ่านให้แก่หญิงสาวไม่ยอมหยุด เขาจูบเธอติดกันซ้ำๆ อย่างเอาแต่ใจ ฝ่ามือหนาอุ่นๆ ก็ลูบไล้วนบนแผ่นหลังแน่นไปมาอย่างเล้าโลม จนสติสตังของสาวน้อยด้อยประสบการณ์รักเริ่มแตกกระเจิดกระเจิงอีกครั้งอย่างไม่อาจห้ามใจ

หล่อนเกลียดเขาที่ไม่ให้เกียรติเธอ เลยพานเกลียดตัวเองที่ไม่อาจต่อต้านแรงเสน่หาของคนที่ชอบใช้กำลังกับเธอได้ ทั้งๆ ที่ไม่ชอบหน้า ทั้งๆ ที่บอกตนเองว่าเกลียดเขา ทำไมใจของเธอจะต้องเต้นแรงอย่างนี้ด้วยก็ไม่รู้ เธอไม่เข้าใจตนเองจริงๆ

เรฮานย์จูบเธอเพียงเพื่อจะบอกว่าเขาไม่ได้กลัวคำขู่ของเธอเลยสักนิด และไม่ใช่แค่นั้น เขาจูบเธอก็เพราะยังโหยหารสจูบแสนหวานที่เขายังติดตาตรึงใจมาจนถึงนาทีนี้

ยิ่งหล่อนต่อต้านเขา เขาก็ยิ่งรู้สึก ‘ต้องการ’ เธอมากยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนๆ จึงเกาะเกี่ยวและซอกซอนหาความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย เนิ่นนานเลยทีเดียวจนคนในอ้อมแขนแทบหลอมละลาย แต่เพราะสำนึกที่ดีที่กลัวว่าจะมีใครมาเห็นภาพสวีตหวานของเธอกับเขาเข้า ชายหนุ่มจึงจำใจถอนจุมพิตออกอย่างแสนเสียดาย

ร่างเพรียวระหงเกือบเซเพราะยังเบลอด้วยฤทธิ์จุมพิตแสนหวานและเร่าร้อนของเขาจนชายหนุ่มต้องช่วยพยุงร่างของเธอให้ยืนได้ด้วยตนเอง แต่ไม่ถึงนาทีที่หญิงสาวยืนหยัดด้วยตนเองได้ และโดยร่างสูงไม่ทันได้ระวังตัว

เผียะ!!

ฝ่ามือพิฆาตด้วยเพลิงโทสะก็เงื้อฟาดลงมาสุดแรง จนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นกลางอากาศ ใบหน้าคมคร้ามก็หันไปตามแรงตบก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองผู้หญิงที่อาจหาญกล้ามาตบหน้าผู้ชายอย่างเขา ร่างระหงหอบหายใจสะท้อนถี่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ พร้อมกับด่ากระแทกใส่หน้าชายหนุ่มด้วยความแค้นจัด

“เลวที่สุด!” จบประโยคที่โพล่งออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ร่างระหงก็เชิดหน้าหมุนตัวเดินจากไปด้วยท่าทางหยิ่งสะบัด ร่างสูงมองตามด้วยความรู้สึกหลากหลาย และความรู้สึกหนึ่งในนั้นคือ ‘โกรธจัด!’

‘คุณกล้ามากที่บังอาจมาตบหน้าผม พิซซ่า!’ นี่เขาลงโทษเธอเพราะอะไรกันแน่ ชีคหนุ่มยังไม่อาจให้คำตอบที่ชัดเจนแก่ตนเองได้ และหล่อนก็ทำให้เขาโกรธมากเสียด้วย นี่เขาควรจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับหล่อนต่อยังไงดี แต่ที่แน่ๆ คืนนี้เขาจะต้องสะกดรอยตามเธอไปจนถึงที่พักของพิชญาดาราแน่นอน และหลังจากนั้น ชายหนุ่มตั้งใจจะตามราวีหญิงสาวไม่เลิกจนกว่าเขาจะรู้ว่าน้องสาวของเขาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

ร่างสูงน่าเกรงขามเดินตามร่างระหงไปติดๆ จากนาทีนี้ไป ต่อให้หล่อนมีปีกบิน หล่อนก็หนีเขาไม่รอดหรอก ในเมื่อเขาอุตส่าห์ตามหาน้องสาวสุดที่รักมาจนถึงเมืองไทย และมีโอกาสได้เจอตัวก่อการที่พาน้องสาวของเขามาหลบซ่อนตัวถึงที่นี่แล้ว ผู้ชายอย่างเรฮานย์ไม่มีทางปล่อยโอกาสดีๆ นี้หลุดมือไปแน่ และเขาจะต้องหาทาง ‘ลงทัณฑ์’ เธอให้ได้

และเมื่อมาเยือนประเทศไทยทั้งที เขาก็จะไม่กลับบ้านไปมือเปล่าแน่นอน หากยังไม่ได้ตัวน้องสาวกลับไป ก็อย่าหวังว่าพิชญาดาราจะอยู่อย่างสงบได้ ซึ่งชายหนุ่มมั่นใจว่า เธอเป็นคนพาตัวเรฮายะห์ไปหลบซ่อนเพื่อแก้แค้นเอาคืนเขา แต่จะทำยังไงให้หล่อนยอมรับ ท่าทางของสมันสาวจะหยิ่งจองหองมากเสียเหลือเกิน และดูท่าคราวนี้หล่อนดูจะแค้นเขามากขึ้นด้วยสิ แต่ก็ใช่ว่าหญิงสาวจะแค้นเขาอยู่ฝ่ายเดียวเสียที่ไหนล่ะ เขาเองก็แค้นหล่อนไม่น้อยเหมือนกัน

รถเล็กซัสสีแดงมันปลาบเรียบหรูรุ่นล่าสุดกำลังค่อยๆ เคลื่อนออกจากซองอย่างเงียบเชียบ โดยที่ไม่รู้ว่ามีรถเก๋งปริศนาคันหนึ่งกำลังวิ่งตามไปห่างๆ แต่พอผ่านไปประมาณสิบห้านาที พิชญาดาราก็รู้ตัวว่ามีคนพยายามขับรถตามเธอมา แต่ทว่าหญิงสาวก็ไม่รู้สึกหวั่นใจแต่อย่างใด

สองมือเรียวสวยยังจับพวงมาลัยรถเอาไว้มั่น สายตาสีน้ำตาลอ่อนแจ่มจรัสราวกับแสงดาวยามค่ำคืนยังคงจ้องมองออกไปยังพื้นถนนเบื้องหน้าอย่างมีสมาธิ เท้าเล็กยังเหยียบคันเร่งด้วยอัตราเร็วปกติที่เธอเคยขับเป็นประจำ

กระทั่งพาหนะคู่ใจเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าบ้านสีขาวครีมหลังใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านที่เธออยู่กับมารดาเพียงสองคน กับสาวใช้อีกหนึ่ง ส่วนพี่สาวของเธอแต่งงานแยกบ้านไปอยู่กับสามีที่เชียงใหม่ ส่วนพี่ชายของเธอก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้สองปีกว่าแล้ว อีกห้าหกเดือนเขาถึงจะกลับมาอยู่บ้านที่เมืองไทย

เจ้าของคนเก่งคันงามถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะเปิดประตูรถของตนเองออกมายืนขึ้นเต็มความสูง แล้วปิดประตูรถเบาๆ ด้วยความเคยชิน จากนั้นร่างระหงก็หันหลังกลับมามองรถเก๋งคันหรูที่ขับตามเธอมาจนถึงหน้าบ้าน

ดวงตาคู่สวยมองรถเบนซ์สีบรอนซ์เงินที่แล่นเข้ามาจอดอยู่ไม่ห่างรถของเธอมากนักด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเห็นเจ้าของรถคันนั้นเปิดประตูออกมา แล้วเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางมั่นคง พร้อมกับรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกส่งมาให้ เธอไม่เข้าใจว่าผู้ชายที่เธอเกลียดนักคนนี้ตามเธอมาทำไม

“พิซซ่า” เสียแหบห้าวแต่ยังคงมีความเข้มแข็งแสดงถึงความเป็นนำเต็มเปี่ยมเอ่ยขึ้น พร้อมกับมองใบหน้าสวยคมอย่างชั่งใจ

“พ่อตามหนูมามีอะไรหรือเปล่าคะ” พิชญาดาราถามออกไปด้วยน้ำเสียงห่างเหินเย็นชา ถ้าเป็นไปได้เธอไม่อยากจะพบหน้าไม่อยากจะคุยกับผู้ชายที่ทำให้แม่ของเธอต้องร้องไห้ตรอมใจอยู่ทุกคืนคนนี้หรอก

ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนใหม่ของพ่อมีอะไรดีนักหนา ถึงได้ทำให้นักออกแบบอัญมณีมือหนึ่งของรัฐดูไบยอมทิ้งภรรยาที่อยู่ร่วมกันมาเป็นยี่สิบกว่าไปได้ แต่แปลกที่บิดาของเธอกลับไม่ยอมหย่าขาดกับมารดาของเธอ ทว่าคนที่เป็นลูกสาวอย่างพิชญาดาราไม่มีวันจะยอมรับพ่อที่แสนเจ้าชู้ละเลยครอบของตนเองแบบนี้ได้หรอก

บิดาของเธอใจดำมากเหลือเกินที่เลือกที่จะทิ้งลูกสาวของตนเองและทิ้งภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานไปหานางแพศยาชั้นต่ำ เธอเกลียดพ่อ เกลียดผู้หญิงคนนั้น และพิชญาดารารู้ว่าผู้หญิง ‘เลว’ คนนั้นใช้ชีวิตอยู่กับพ่อของเธอที่ดูไบ เธออยากจะไปเห็นหน้าของผู้หญิงแพศยาเลวๆ คนนั้นนัก อยากจะคว้านหัวใจของมันออกมาดูว่าเป็นสีอะไร ทำไมถึงได้ชอบแย่งสามีของชาวบ้านเขานัก ทำไมถึงได้คิดมาพรากผัวพรากเมีย พรากลูกพรากพ่อของคนอื่นออกจากกัน

สายตาคู่สวยที่มองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดดูแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความตัดพ้อน้อยใจและเสียใจเกินกว่าที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้หมด ทำให้นายดิเรกต้องลอบถอนหายใจหลายครั้งก่อนจะพูดตามที่ได้รับมอบหมายมา

“พิซซ่า คือพ่อได้บอกกับคุณเรฮานย์เจ้านายใหญ่ของพ่อไปว่า ลูกมีฝีมือด้านการออกแบบอัญมณีไม่ด้อยไปกว่าพ่อ ท่านเลยอยากชวนลูกไปทำงานด้วย และจะให้เงินเดือนลูกเท่าที่ให้กับพ่อ พ่อเลยมาชวนลูกไปทำงานด้วยกัน”

พิชญาดาราสบตากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มใต้กรอบแว่นสายตาชนิดพิเศษบางใส ด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธ โกรธผู้ชายทั้งสองคน นี่พ่อของเธอคงคิดจะใช้ลูกสาวเป็นบันไดเลื่อนตำแหน่งงานให้ตนเองสินะ ถึงได้ทำตามคำบัญชาของเจ้านายซึ่งเธอก็รู้ว่าเป็นใคร

“พ่อก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่คะ แล้วพ่อจะมาถามหนูทำไมอีก”

ใช่...เขารู้คำตอบจากลูกสาวคนนี้ของเขามาโดยตลอด แต่ว่าคราวนี้มันเป็นงานที่พิชญาดาราถนัด เพียงแต่ลูกสาวจอมดื้อรั้นของเขาไม่ยอมรับว่าตัวเองมีความสามารถไม่ต่างไปจากเขา นั่นเพราะอคติที่พิชญาดารามีต่อเขา อะไรที่เขาทำเธอจะไม่อยากทำ แต่ที่ จิวเวลรี่ เอิร์ธ อันมาน มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งในดูไบเรื่องอัญมณี นายดิเรกจึงคิดว่าลูกสาวของเขาอาจจะยอมเปลี่ยนใจก็ได้

“นี่เป็นนามบัตรของคุณเรฮานย์ ถ้าลูกเปลี่ยนใจ ก็สามารถเอานามบัตรนี่ไปยื่นที่ฝ่ายบุคคลแล้วบอกว่าลูกชื่อพิชญาดาราเป็นลูกสาวของพ่อ เขาก็จะรับลูกเข้าทำงานทันที” พิชญาดาราเหยียดยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อยก่อนจะพูดประชดว่า

“เส้นใหญ่จังเลยนะคะ” แต่มือเรียวก็ยื่นมารับกระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นเล็กไปเก็บไว้ อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่า ‘จิวเวลรี่ เอิร์ธ อันมาน’ ตั้งอยู่ตรงไหนของรัฐดูไบ

ตอนนี้มีเนื้อหาให้อ่านเพียงเท่านี้

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราว

อ่านต่อ

รายการตอน

ทั้งหมด 61 ตอน

  1. ตอนที่ 1บทที่ 1 อย่าให้จับได้!! NC18++
  2. ตอนที่ 2บทที่ 2 เรื่องอะไรจะยอมรับ
  3. ตอนที่ 3บทที่ 3 จับได้แล้วจะทำไม! 50% NC18++

ผลงานใหม่