/0/5254/coverbig.jpg)
บทที่ 1 No.1
"กินข้าวเย็นก่อนสิคะพี่นนท์ วันนี้รุ่งทำต้มยำกุ้งน้ำข้นของโปรดพี่ด้วย" รุ่งฤดีประคองชามกระเบื้องเคลือบใบใหญ่ลงวางตรงกลางโต๊ะอาหารอย่างระมัดระวัง ไอร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องต้มยำอบอวลไปทั่วห้องอาหารของคฤหาสน์เกียรติชัย บนโต๊ะไม้สักตัวยาวเต็มไปด้วยกับข้าวหรูหราห้าหกอย่าง และตรงมุมโต๊ะยังมีเค้กก้อนเล็กที่เขียนข้อความว่า "สุขสันต์วันครบรอบแต่งงาน 3 ปี" ตั้งอยู่อย่างเงียบงัน เธอถอดผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ออก เผยให้เห็นชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีเรียบสะอาดตา ใบหน้าหวานไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มมีรอยยิ้มบาง ๆ ขณะหันไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบ้านด้วยความหวังที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในแววตา ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอทำหน้าที่ภรรยาที่แสนเชื่อง ไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยออกงานสังคม ยอมเก็บซ่อนเขี้ยวเล็บทั้งหมดไว้เบื้องหลังเพื่อคำว่าครอบครัว ชานน เกียรติชัย ก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทสากลเนื้อดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าหล่อเหลาไร้ร่องรอยของความอบอุ่น เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองอาหารเต็มโต๊ะหรือเค้กที่เธอตั้งใจทำตั้งแต่ช่วงบ่าย "ไม่ต้องจัดโต๊ะหรอก ฉันไม่ได้จะอยู่กินข้าว" เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นชาเสียจนรุ่งฤดีรู้สึกชาวาบตั้งแต่ปลายนิ้วขึ้นมาจนถึงต้นแขน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างลงทันที "พี่นนท์ วันนี้วันครบรอบ..." เพล้ง! ชานนไม่รอให้เธอพูดจบ เขาชักซองเอกสารสีน้ำตาลหนาออกจากกระเป๋าหนัง แล้วเหวี่ยงมันลงบนโต๊ะอาหารอย่างไม่ใส่ใจ มุมซองเอกสารกระแทกเข้ากับแก้วน้ำคริสตัลจนมันกลิ้งตกกระทบพื้นหินอ่อน แตกกระจายละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย รุ่งฤดีสะดุ้งตัวโยน หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สายตาของเธอเลื่อนจากเศษแก้วบนพื้นขึ้นไปมองเอกสารที่เลื่อนมาหยุดตรงหน้า หน้าปกสีขาวประทับตราตัวอักษรสีดำชัดเจนจนทิ่มแทงลูกตา "หนังสือสัญญาหย่า" สมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดติดอยู่ในลำคอจนรู้สึกแน่นหน้าอก สองมือที่วางอยู่ข้างตัวกำแน่นเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ เธอต้องยื่นมือไปจับขอบโต๊ะอาหารเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มพับลงไปกับพื้น "เซ็นซะ" ชานนเอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบไร้ความลังเล "ฉันไม่มีเวลามาเล่นละครกับเธอแล้ว บ้านหลังนี้ฉันยกให้ พร้อมเงินสดในบัญชีอีกห้าล้านบาท ถือเป็นค่าเสียเวลาสามปีที่ผ่านมา" รุ่งฤดีเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากของเธอสั่นระริก เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นเครือ แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน "ทำไม พี่นนท์...รุ่งทำอะไรผิดเหรอ" ชานนยกมือขึ้นคลายเนกไทที่คออย่างหงุดหงิด แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง "เธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ขวัญกลับมาแล้ว" ชื่อนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรุ่งฤดี ขวัญ คล้ายมี...หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจและรักแรกที่ชานนไม่เคยลืมเลือน ตลอดสามปีในชีวิตคู่ ชื่อนี้คือเงาดำที่ทอดทับและตอกย้ำความไร้ค่าของเธอมาโดยตลอด "เธอท้อง" ชานนพูดประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ฉันต้องรับผิดชอบ และฉันต้องให้สถานะที่ถูกต้องกับขวัญและลูกในท้องของเธอ" รุ่งฤดีนิ่งงันไป เลือดในกายคล้ายจะเย็นเฉียบจนกลายเป็นน้ำแข็ง แต่แล้ว ริมฝีปากที่สั่นเทากลับค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ มันเป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเองอย่างถึงที่สุด สามปีที่เธอทุ่มเท สามปีที่เธอยอมเป็นคนรับใช้ที่ไม่มีปากมีเสียงในบ้านหลังนี้ สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ให้กับคำว่า "ท้อง" ของผู้หญิงคนนั้น เธอยังจำได้ดี วันที่บริษัทเกียรติชัยกรุ๊ปของเขาเกือบล้มละลายเมื่อสามปีก่อน เป็นเธอเองที่ยอมควักสินเดิมก้อนโตที่แม่ทิ้งไว้ให้เพื่อช่วยอุ้มธุรกิจของเขาเอาไว้ แลกกับการแต่งงานที่ไร้ความรักครั้งนี้ "หัวเราะอะไร" ชานนขมวดคิ้วแน่น แววตาฉายความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน "คิดว่าเงินห้าล้านมันน้อยไปงั้นเหรอ รุ่งฤดี อย่าลืมสิว่าการแต่งงานของเรามันคือธุรกิจ เธอแลกความสาวมาสามปี ฉันก็ให้สถานะคุณนายเกียรติชัย ให้ที่อยู่ที่กินกับเธอมาตลอด เราสองคนหายกันแล้ว" คำพูดของเขาคมกริบดั่งแผ่นน้ำแข็งที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึก รุ่งฤดีหยุดหัวเราะ แววตาที่เคยหม่นหมองและเต็มไปด้วยความวิงวอนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า ความอบอุ่นที่เคยมีในดวงตาคู่นั้นมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเยียบเย็นที่ชานนไม่เคยเห็นมาก่อน เธอไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว รุ่งฤดีเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะอาหาร หยิบปากกาหมึกซึมที่วางอยู่ข้างซองเอกสารขึ้นมา ชานนชะงักไปเล็กน้อย เขาคิดว่าเธอจะร้องไห้ฟูมฟาย จะกอดขาอ้อนวอน หรือไม่ก็อาละวาดทุบตีเหมือนที่ผู้หญิงทั่วไปทำ แต่ท่วงท่าของเธอกลับนิ่งสนิทจนน่าประหลาดใจ มือของรุ่งฤดีนิ่งมาก เธอตวัดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างไม่ลังเล ตัวอักษรเรียงตัวสวยงามและเด็ดเดี่ยว "รุ่งฤดี จงเจริญ" เมื่อจรดปลายปากกาลงท้ายชื่อตัวเองเสร็จ เธอก็วางปากกาลงบนโต๊ะเบา ๆ เสียงกระทบนั้นแผ่วเบา แต่กลับดังก้องในความเงียบ "ฉันเก็บของออกไปคืนนี้ได้เลยใช่ไหม" เธอถาม น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ชานนอึกอักไปชั่วครู่ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาในอก แต่เขาก็ปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว "ตามใจเธอ ยิ่งเร็วยิ่งดี" รุ่งฤดีพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง เธอหมุนตัวแล้วก้าวเดินตรงไปยังบันไดบ้าน ไม่หันกลับไปมองเขาอีก และไม่มองอาหารบนโต๊ะที่เธอใช้เวลาเตรียมมาทั้งบ่ายแม้แต่แวบเดียว แผ่นหลังของเธอยังคงตั้งตรง ทว่าดูโดดเดี่ยวและเด็ดเดี่ยวในคราวเดียวกัน ชานนยืนมองตามแผ่นหลังนั้นไป ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ เขาพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ เพื่อสะกดอารมณ์บ้าบอนั้น คิดว่ามันคงเป็นเพียงความโล่งใจที่ปลดภาระทิ้งไปได้เสียที เขากดหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกจากกระเป๋าเสื้อ กดโทรออกหาเบอร์ที่คุ้นเคยในทันที น้ำเสียงที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลและอ่อนโยนลงราวกับเป็นคนละคน "ขวัญ พี่จัดการเรื่องหย่าเรียบร้อยแล้วนะ เดี๋ยวพี่จะรีบขับรถไปอยู่เป็นเพื่อนที่โรงพยาบาลนะจ๊ะ" ตรงหัวมุมบันไดชั้นสอง รุ่งฤดีหยุดฝีเท้าลงชั่วครู่เมื่อได้ยินประโยคนั้น ลมหายใจของเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะ ปลายนิ้วเรียวสวยจิกลงบนฝ่ามือแน่นจนเนื้อแทบฉีก เธอไม่หันกลับไปมอง แต่ก้าวเท้าต่อไปจนถึงห้องนอนใหญ่ ปิดประตูล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ตัดขาดเสียงหวานหยดย้อยของอดีตสามีออกจากโลกของเธอ รุ่งฤดีทิ้งแผ่นหลังพิงกับบานประตู ร่างกายที่เคยเกร็งแน่นค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบ หยดน้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบสองแก้มอย่างเงียบเชียบ เธอไม่ได้ส่งเสียงสะอื้นแม้แต่น้อย เธอไม่ได้ร้องไห้ให้กับความรักที่พังทลาย แต่เธอกำลังร้องไห้ให้กับการตัดสินใจอันโง่เขลาของตัวเอง ที่ยอมทิ้งตัวตน ยอมลดคุณค่า ยอมซ่อนเขี้ยวเล็บเพื่อมาเป็นแม่บ้านไร้ค่าให้ผู้ชายคนหนึ่งเหยียบย่ำถึงสามปีเต็ม มองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟนีออนของกรุงเทพฯ เริ่มสว่างไสวตัดกับฟากฟ้าที่มืดมิด ความอบอุ่นในหัวใจของเธอได้ตายจากไปแล้วพร้อมกับลายเซ็นบนใบหย่าใบนั้น
รายการตอน
ทั้งหมด 140 ตอน
/0/36068/coverbig.jpg)
/0/15877/coverbig.jpg)
/0/4371/coverbig.jpg)
/0/10741/coverbig.jpg)
/0/4705/coverbig.jpg)
/0/3908/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/34082/coverbig.jpg)