/0/10873/coverbig.jpg)
บทที่ 3 No.3
พริบตาที่ฝ่ามือของแก้วเกียรติพุ่งเข้ามา รุ่งฤดีไม่ได้ขยับตัวถอยหนีเหมือนทุกครั้ง มือเรียวบางของเธอเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ปลายนิ้วคว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างที่แก้วเกียรติถือสร้อยเพชรเอาไว้อย่างจัง ก่อนจะออกแรงบิดเพียงเล็กน้อย แต่ทรงพลังราวกับคีมเหล็กกล้า "กรี๊ดดด" แก้วเกียรติกรีดร้องลั่นห้องด้วยความเจ็บปวด กระดูกข้อมือของเธอเหมือนจะแตกละเอียด นิ้วมือทั้งห้าคลายออกโดยอัตโนมัติ สร้อยเพชร "หัวใจนิรันดร์" หลุดร่วงลงสู่อากาศ ฟึ่บ! รุ่งฤดีตวัดมืออีกข้างออกไป คว้ารับสร้อยเพชรเส้นนั้นไว้กลางอากาศได้อย่างนุ่มนวล ท่วงท่าของเธอคล่องแคล่ว ว่องไว และเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด กาญจนาและแก้วเกียรติตะลึงงันจนตาค้าง พวกเธอไม่เคยเห็นรุ่งฤดีในมุมนี้มาก่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้หญิงคนนี้ยอมก้มหน้า ยอมรับการดุด่า และไม่เคยคิดจะโต้ตอบทางกายภาพแม้แต่ปลายเล็บ รุ่งฤดีคลายมือออกจากข้อมือของแก้วเกียรติ แล้วก้มลงมองสร้อยเพชรระยิบระยับในฝ่ามือของตัวเอง ริมฝีปากบางยกยิ้มเยาะเย้ย "สร้อยเส้นนี้น่ะเหรอ ที่พวกเธอภูมิใจนักหนา" น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานและเฉียบขาด แก้วเกียรติกุมข้อมือที่ขึ้นรอยแดงเถือกไว้แนบอก น้ำตาเล็ดด้วยความเจ็บปวด ขณะที่กาญจนาได้สติก่อน แผดเสียงสั่งการอย่างเกรี้ยวกราด "รุ่งฤดี นังบ้า แกจะทำอะไร ส่งสร้อยคืนมาเดี๋ยวนี้นะ" รุ่งฤดีไม่ได้สนใจเสียงเห่าหอนของสองแม่ลูก เธอหมุนตัวแล้วก้าวเดินตรงไปยังประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกสู่ระเบียงห้องนอน ระเบียงแห่งนี้ยื่นออกไปทางด้านหลังของคฤหาสน์ เบื้องล่างคือสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ และจุดศูนย์กลางของสวนก็คือบ่อปลาคาร์ปขนาดใหญ่ที่มีปลาคาร์ปสายพันธุ์แท้จากญี่ปุ่นราคานับล้านแหวกว่ายอยู่เต็มบ่อ แก้วเกียรติเห็นทิศทางที่รุ่งฤดีเดินไปก็ใจหายวาบ สัญชาตญาณเตือนว่ากำลังจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น เธอรีบวิ่งกระเผลกตามไป "หยุดนะ มึงจะทำอะไรกับสร้อยของกู" รุ่งฤดีเดินไปหยุดอยู่ตรงขอบระเบียงหินอ่อน เธอไม่แม้แต่จะหันกลับมามองสองแม่ลูกที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมา มือเรียวยกขึ้น ยื่นสร้อยเพชรมูลค่าสิบล้านออกไปนอกระเบียง ลอยเคว้งอยู่เหนือผิวน้ำของบ่อปลาคาร์ป แสงแดดยามเย็นที่สาดส่องลงมากระทบกับเหลี่ยมเพชรแท้ ส่องแสงระยิบระยับแสบตา ทว่าในสายตาของรุ่งฤดี มันกลับเป็นเพียงวัตถุที่แปดเปื้อนไปด้วยความโสมมและเจตนาร้าย กาญจนาเห็นภาพนั้นแล้วหัวใจแทบจะหยุดเต้น เธอวิ่งมาหยุดอยู่ตรงธรณีประตูระเบียง หน้าตาซีดเผือดจนไร้สีเลือด กรีดร้องเสียงหลงจนแทบไม่เป็นภาษาคน "อย่านะ รุ่งฤดี แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอ นั่นมันสร้อยเพชรสิบล้านนะ" สำหรับสองแม่ลูกคู่นี้ สร้อยเส้นนี้คือหน้าตา คือศักดิ์ศรี และคือเครื่องมือที่จะใช้เหยียบย่ำคนอื่น แต่สำหรับรุ่งฤดี...มันเป็นเพียงขยะที่น่ารังเกียจ รุ่งฤดีหลุบตามองฝูงปลาคาร์ปที่กำลังว่ายวนอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แล้วนิ้วมือทั้งห้าของเธอก็ค่อย ๆ คลายออก ฟึ่บ...ต๋อม! สายสร้อยเพชรสีเงินร่วงหล่นแหวกอากาศเป็นเส้นตรง ก่อนจะดิ่งลงกระทบผิวน้ำ เกิดเป็นวงคลื่นขนาดเล็กและฟองอากาศเพียงไม่กี่ฟอง แล้วร่างของมันก็จมดิ่งลงสู่ก้นบ่อที่เต็มไปด้วยโคลนและตะไคร่น้ำในชั่วพริบตา ผิวน้ำกลับมานิ่งสงบ ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดตกลงไป เวลาในห้องนอนคล้ายจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ กาญจนาและแก้วเกียรติยืนตัวแข็งทื่อ อ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองผิวน้ำเบื้องล่างด้วยความช็อกสุดขีด สมองของทั้งคู่ไม่สามารถประมวลผลสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ พวกเธอคิดภาพไว้สารพัด ว่ารุ่งฤดีจะคุกเข่าร้องไห้ ขอร้องไม่ให้แจ้งตำรวจ หรือไม่ก็กอดขากาญจนาเพื่อขอความเมตตา แต่ไม่มีในจินตนาการเลยแม้แต่นิดเดียว...ว่าผู้หญิงจน ๆ คนนี้ จะกล้าโยนเงินสิบล้านทิ้งลงบ่อน้ำเหมือนโยนเศษใบไม้ รุ่งฤดีค่อย ๆ หันตัวกลับมา ใบหน้าหวานสวยนั้นเรียบเฉย ไร้ความตื่นตระหนก ไร้ความหวาดกลัว มีเพียงความเฉยชาที่แฝงไปด้วยความสมเพช "ของล้ำค่าของพวกเธอ...สำหรับฉัน มันก็แค่เศษขยะ" คำพูดราบเรียบนั้นฟาดลงบนหน้าของสองแม่ลูกเกียรติชัยอย่างจัง รุนแรงเสียยิ่งกว่าโดนฝ่ามือตบฉาดใหญ่ "กรี๊ดดด สร้อยของกู นังสารเลว นังบ้า มึงทำลายสร้อยกู" แก้วเกียรติได้สติ กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ เธอถลันตัวจะพุ่งเข้ามาฉีกเนื้อรุ่งฤดีให้แหลกคามือ แต่เพียงแค่รุ่งฤดีตวัดสายตาเย็นเฉียบกลับมามอง แก้วเกียรติก็ชะงักฝีเท้าลงทันที ขาของเธอสั่นเทาจนก้าวไม่ออก สายตานั้นเหมือนสายตาของพญามัจจุราชที่พร้อมจะหักคอเธอได้ทุกเมื่อ กาญจนาโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม นิ้วที่ทาสีเล็บอย่างดีชี้หน้ารุ่งฤดี แต่ปากสั่นจนพูดไม่ออก "แก...แกมัน..." รุ่งฤดีไม่คิดจะเสียเวลามองตัวตลกสองตัวนี้อีกต่อไป เธอเดินผ่านหน้าพวกเธอเข้าไปในห้องนอน ย่อตัวลงเก็บสมุดบันทึกและกรอบรูปของแม่ใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าเดินทางอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเธอสง่างามและไร้รอยสะดุด ประหนึ่งว่าเมื่อครู่เธอแค่ปัดฝุ่นออกจากโต๊ะเท่านั้น ความเมินเฉยอย่างถึงที่สุดนี้ เสียดแทงใจของกาญจนาและแก้วเกียรติยิ่งกว่าคำด่าทอนับร้อยเท่า รุ่งฤดีรูดซิปปิดกระเป๋าเดินทาง คว้าคันชักขึ้นมา แล้วลากกระเป๋าเดินผ่านหน้าสองแม่ลูกที่ยืนตัวสั่นด้วยความแค้น มุ่งหน้าตรงไปยังบันไดบ้านโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามองอีกเลย
รายการตอน
ทั้งหมด 140 ตอน
/0/36068/coverbig.jpg)
/0/10335/coverbig.jpg)
/0/4525/coverbig.jpg)
/0/36490/coverbig.jpg)
/0/21856/coverbig.jpg)
/0/15066/coverbig.jpg)
/0/37490/coverbig.jpg)
/0/30902/coverbig.jpg)
/0/31885/coverbig.jpg)
/0/34267/coverbig.jpg)
/0/34256/coverbig.jpg)
/0/34082/coverbig.jpg)